7 วิธีช่วยให้ผิวเฟิร์มแม้ว่าอยู่ในช่วงไดเอท

0
275
7-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-3

การออกกำลังกายถือเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แม้ว่าเป็นหนทางที่สามารถช่วยให้คุณมีหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มได้ตามที่ใจต้องการ แต่ผลลัพธ์อาจกลายเป็นตรงกันข้ามหากคุณหักโหมมากเกินไป หนึ่งในปัญหาที่อาจขึ้นได้ก็คือ ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อน้ำหนักตัวลดลงเร็วเกินไป เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีไหนบ้างที่สามารถช่วยรักษาผิวให้ยังคงเต่งตึงในช่วงลดน้ำหนัก

อาหารเผื่อผิวที่ดี

1.อย่ารีบลดน้ำหนัก

เป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็อยากมีหุ่นที่ผอมเพรียวให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถเป็นไปได้ แต่การลดน้ำหนักเร็วเกินไปสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวของคุณได้ค่ะ เมื่ออยู่ในช่วงลดน้ำหนัก คุณควรพยายามรักษามวลกล้ามเนื้อและน้ำ และมุ่งเน้นไปที่การลดไขมัน เพราะกล้ามเนื้อมีส่วนช่วยในการพยุงผิว ทั้งนี้ National Institutes of Health (NIH) แนะนำให้ลดน้ำหนักสัปดาห์ละ 1-2 ปอนด์ (0.45-0.90 กิโลกรัม) ในช่วง 6 เดือนแรก แล้วค่อย ๆ เพิ่มหลังจากนั้น

2.สร้างกล้ามเนื้อ

ร่างกายของคุณจะสูญเสียไขมันในระหว่างที่ออกกำลังกาย การสร้างกล้ามเนื้อเพื่อมาทดแทนไขมันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ เพราะจะสามารถป้องกันไม่ให้ผิวหย่อนคล้อยได้ นอกจากนี้การสร้างกล้ามเนื้อยังมีส่วนช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีอีกด้วย ตัวอย่างวิธีเพิ่มกล้ามเนื้อให้ร่างกาย เช่น

  • การใช้ดัมเบล เครื่องเล่น หรือบอดี้เวท
  • การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Resistance training) 4 วันต่อสัปดาห์
  • การออกกำลังกายแบบ HIIT (High Intensity Interval Training) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา 2-3 วันต่อสัปดาห์
  • ทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ อัลมอนด์ อกไก่ โอ๊ต กรีกโยเกิร์ต นม ปลา เมล็ดฟักทอง ฯลฯ

3.ทาครีมกันแดดเมื่อออกกำลังกายกลางแจ้ง

หากคุณออกกำลังกายนอกบ้าน คุณสามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีโดยเลือกเดินหรือวิ่งช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รังสียูวีมีความรุนแรงน้อย รวมถึงทาครีมกันแดดที่เป็นชนิด Broad-spectrum ซึ่งปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB รังสีเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวการที่ทำให้ผิวชั้นหนังแท้เสียหาย

4.เลือกทานอาหาร

อาหารบางชนิดสามารถปกป้องผิวจากแสงแดด โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินเอหรือไลโคปีน ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า สารอนุมูลอิสระชนิดนี้ช่วยลดความเสียหายของผิวที่เกิดจากแสงแดด คุณสามารถพบสารอาหารเหล่านี้ได้ในมะเขือเทศ พริกหวาน แตงโม ฝรั่ง ฯลฯ นอกจากนี้การทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงอย่างผักใบเขียวและผลไม้ตระกูลซิตรัส ก็สามารถช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวของเรายืดหยุ่นน่าสัมผัส

สุขภาพผิว

5.ใช้เซรั่มหรือเรตินอยด์

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับภายนอกร่างกายอย่างเซรั่มและครีมบางชนิดสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของ  คอลลาเจน และช่วยให้ผิวมีสภาพดีขึ้นหากใช้ทุกวันและสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม แพทย์ผิวหนังสามารถจ่ายครีมหรือเจลที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ให้แก่คุณได้ เช่น Retin-A หรือ Tretin-X นอกจากนี้คุณอาจใช้เซรั่มที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป และมีส่วนผสมของ EPF (Epidermal growth factor) ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ที่อยู่ลึกในผิวเพื่อเพิ่มการผลิตคอลลาเจน

6.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

อย่างที่ทราบกันดีว่าบุหรี่มีโทษนับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นก็คือ บุหรี่สามารถทำร้ายผิวสวย ๆ ของคุณเช่นกันค่ะ ซึ่งการสูบบุหรี่สามารถทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น มีงานวิจัยพบว่า การสูดควันบุหรี่จะทำให้โปรตีนที่เกิดการอักเสบในผิวเพิ่มขึ้น ทำให้คอลลาเจนลดลง และนำไปสู่การเกิดปัญหาผิวบางและริ้วรอยได้ในที่สุด

7.ดื่มน้ำให้มากขึ้น

น้ำถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณลดน้ำหนักได้สำเร็จ แต่ทราบหรือไม่ว่า ความยืดหยุ่นและลักษณะภายนอกของผิวขึ้นอยู่กับระดับน้ำภายในร่างกายเช่นกัน หากปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ ก็จะทำให้เซลล์เหี่ยวและขาดความยืดหยุ่น สำหรับวิธีคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ต่อวัน คือ ให้คุณนำน้ำหนักตัวของตัวเองมาหารสองแล้วใส่หน่วยออนซ์ เช่น หากน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม เมื่อหารสองแล้วก็จะได้ 25 กิโลกรัม หากแทนด้วยหน่วยออนซ์ ก็จะได้ 25 ออนซ์ หรือคิดเป็นประมาณ 750 มิลลิลิตร (1 ออนซ์ ≈ 30 มิลลิลิตร)

ที่มา:

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here