7 วิธีเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อสู้ภาวะความดันโลหิตสูง

0
756
blood-pressure-home-monitor

ภาวะความดันโลหิตสูง หรือที่เรียกว่า Hypertension ถือเป็นอีกภาวะหนึ่งที่ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนเริ่มแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็สามารถทำให้เกิดโรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ ตามมา จึงทำให้ภาวะนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น    “The Silent Killer” นั่นเอง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราสามารถรักษาภาวะความดันโลหิตสูงได้ด้วยการทานยา แต่การหมั่นไปตรวจร่างกาย และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ก็ยังคงเป็นเรื่องที่จำเป็น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้ หรืออยากป้องกันตัวเอง เราลองมาดูวิธีควบคุมความดันโลหิตพร้อมกันเลยดีกว่า

1.ออกกำลังกาย

หากคุณมีภาวะความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายสามารถช่วยคุณได้ในระดับหนึ่งค่ะ เพราะอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจจะเพิ่มขึ้นในระหว่างที่ออกกำลังกาย ส่งผลให้หัวใจของคุณแข็งแรงขึ้น และมีปัญหาการสูบฉีดเลือดลดลง จึงช่วยลดความดันโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม เวลาที่แนะนำสำหรับการออกกำลังกายคือ อย่างน้อย 40 นาที และทำอย่างน้อย 3-4 ครั้ง/สัปดาห์

ผู้สูงวัยออกกำลังกาย

2.ลดการทานน้ำตาล

น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีสามารถทำให้เรามีน้ำหนักเกินมาตรฐาน และมีความดันโลหิตที่ไม่สามารถควบคุมได้ แม้ว่าเราสามารถพบน้ำตาลได้ในอาหารส่วนใหญ่ แต่ผู้ป่วยที่เป็นภาวะความดันโลหิตสูงก็ควรควบคุมการทานน้ำตาลไม่ให้มากเกินไป ซึ่งมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า อาหารที่มีน้ำตาลต่ำสามารถทำให้ความดันโลหิตลดลง

3.ทานโพแทสเซียมเพิ่มขึ้นและลดการทานโซเดียม

การทานอาหารที่มีโพแทสเซียมเพิ่มขึ้นและลดการทานโซเดียมจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย ทั้งนี้โพแทสเซียมช่วยลดความตึงของหลอดเลือด และลดผลกระทบของเกลือที่มีต่อร่างกาย เพียงแต่คุณต้องควบคุมการทานโพแทสเซียมไม่ให้มากจนเกินไป เพราะแร่ธาตุชนิดนี้สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อไต ดังนั้นก่อนที่จะทานโพแทสเซียมเพิ่มขึ้น ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ตัวอย่างอาหารที่มีโพแทสเซียม เช่น

  • ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมที่มีไขมันต่ำ
  • ปลาที่มีไขมันมาก
  • ผลไม้ เช่น กล้วย แอปริคอต อะโวคาโด และส้ม
  • ผัก เช่น มันหวาน มันฝรั่ง มะเขือเทศ และผักโขม

ในขณะเดียวกัน เราสามารถพบโซเดียมได้ในอาหารหลายชนิดตามท้องตลาด คุณควรตรวจสอบฉลากอาหารก่อนซื้อเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้รับโซเดียมมากจนเกินไป ซึ่งร่างกายไม่ควรได้รับโซเดียมเกินกว่าวันละ 2,000 มิลลิกรัม

4.บอกลาบุหรี่

การสูบบุหรี่สามารถทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น แต่โทษของบุหรี่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะสารพิษภายในบุหรี่จะทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ และทำให้หลอดเลือดแดงตีบ แม้ว่าคุณไม่ได้เป็นสิงห์อมควัน แต่ก็ควรพาตัวเองออกมาจากบริเวณที่มีคนสูบบุหรี่ เพราะการสูดควันก็สามารถทำร้ายสุขภาพได้ไม่แพ้กัน

5.ควบคุมความเครียด

หากคุณเป็นภาวะความดันโลหิตสูง คุณจำเป็นต้องผ่อนคลายมากขึ้น เพราะความเครียดสามารถซ้ำเติมให้อาการของโรค ต่าง ๆ แย่ลง อย่างไรก็ตาม มีหลายวิธีที่สามารถช่วยคลายเครียดได้ เช่น โยคะและการทำสมาธิ การบริหารลมหายใจ  การอ่านหนังสือ การฝังเข็ม และการนวด

ผู้หญิงปวดหัว

6.จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์

แม้ว่าคุณมีสุขภาพดี แอลกอฮอล์ก็ยังสามารถทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หากยังไม่สามารถเลิกดื่มได้ทันที ก็ควรจำกัดการดื่มให้อยู่ในระดับปานกลาง หากเป็นผู้หญิงก็ไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 ดริ้งค์ ส่วนปริมาณของแอลกอฮอล์ที่ผู้ชายดื่มต่อวันก็ไม่ควรเกิน 2 ดริ้งค์ (1 ดริ้งค์ เทียบเท่ากับเบียร์ 12 ออนซ์, ไวน์ 5 ออนซ์ หรือ 80-proof liquor 1.5 ออนซ์)

7.รักษาน้ำหนักตัว

หากคุณมีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วนอยู่แล้ว การควบคุมหรือลดน้ำหนักจะสามารถควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ โดยทั่วไปแล้ว คุณอาจมีความดันโลหิตลดลงประมาณ 1 mm Hg เมื่อลดน้ำหนักได้ 1 กิโลกรัม

แหล่งที่มา

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here