37ff2c5a64ea9f927bd2d577847bd5ca-564x508

เปลี่ยนหน้าอิดโรยให้กลับมาดูสดใสด้วย 8 เทคนิคแต่งหน้าที่ทำตามได้แบบง่ายๆ

การรักษาผิวหน้าให้ดูสดชื่นตลอดเวลาอาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการโหมทำงานจนดึก การทำสารพัดงานบ้าน และการทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลลูก ก็ล้วนแต่ทำให้ใบหน้าของคุณดูอิดโรยเหมือนคนไม่ได้นอน อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีความจำเป็นบางอย่างที่อาจทำให้คุณนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่การแต่งหน้าสามารถช่วยเปลี่ยนใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าให้กลับมาดูสดใสในเวลาไม่กี่นาที วันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคการแต่งหน้าแบบง่าย ๆ ที่จะช่วยคืนความสดใสให้ใบหน้าของคุณ 1.ใช้น้ำเย็นล้างหน้า ใบหน้าของเรามักจะดูบวมขึ้นเล็กน้อยในตอนเช้า ซึ่งการใช้น้ำเย็นล้างหน้าจะช่วยให้รูขุมขนเล็กลง และปลอบปะโลมดวงตา อีกทั้งยังทำให้ผิวสดชื่น การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณดูสดใสขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ต้องใช้เป็นน้ำเย็นก็เพราะว่า น้ำที่อุณหภูมิสูงจะทำให้ผิวของคุณแห้งกร้านกว่าเดิม 2.เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวที่ขาดน้ำจะทำให้คุณดูหม่นหมองได้ค่ะ ดังนั้นอย่าลืมใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นตัวช่วย ซึ่งในปัจจุบันมีมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับคนทุกสภาพผิววางขายในท้องตลาด เช่น ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวมัน หรือผิวปกติ เพียงแต่คุณต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ซึ่งการใช้มอยส์เจอไรเซอร์จะทำให้ผิวชุ่มชื้น และดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ 3.ใช้คอนซีลเลอร์สีอ่อนทาใต้ดวงตา เมื่อนอนไม่เพียงพอ ดวงตาของคุณก็จะดำคล้ำ ทำให้ดูเหนื่อยล้าหรือดูอิดโรยมากกว่าเดิม ทั้งนี้การใช้คอนซีลเลอร์จะช่วยปกปิดรอยคล้ำใต้ดวงตา โดยให้คุณเลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่มีสีอ่อนกว่าผิว ซึ่งสามารถช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น 4.เพิ่มความเปล่งปลั่งให้ผิวด้วยไฮไลท์เตอร์ ไฮไลท์เตอร์ (Highlighter) เป็นอีกหนึ่งไอเท็มเด็ดที่คุณควรหาซื้อติดโต๊ะเครื่องแป้ง ในวันที่ใบหน้าของคุณดูหม่นหมองหรือเหนื่อยล้า ไฮไลท์เตอร์สามารถช่วยเนรมิตผิวของคุณให้ดูเปล่งปลั่ง และมีชีวิตชีวาได้ในไม่กี่วินาที แต่ก็พยายามอย่าปัด    ไฮไลท์เตอร์หนักมือจนเกินไป และเกลี่ยให้ดีเพื่อให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ 5.ปัดขนตา การปัดขนตาจะช่วยให้ดวงตาดูโตขึ้นและดูสดใส หลังจากที่ปัดขนตาแล้ว ให้ใช้มาสคาร่าสีเข้มเพิ่มความหนาให้ขนตา...
canva-perfume

เผยเคล็ด(ไม่)ลับฉีดน้ำหอมให้ติดทนไปทั้งวัน

การมีกลิ่นกายที่หอมถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยที่สามารถทำให้คุณมีกลิ่นหอมได้แบบเร่งด่วนก็คือ น้ำหอม อย่างไรก็ตาม หลายคนที่ใช้น้ำหอมอาจเคยเจอปัญหาน้ำหอมไม่ติดทนหรือกลิ่นเลือนในระหว่างวัน หากคุณกำลังเจอกับปัญหานี้ก็อย่าเพิ่งนอยด์ไปก่อนค่ะ ลองมาดูหลากเทคนิคที่จะช่วยให้คุณมีกลิ่นกายที่หอมตลอดวันพร้อมกันเลยดีกว่า ขั้นตอนที่ 1: เติมความชุ่มชื้นให้ผิว น้ำหอมจะยิ่งติดทนนานขึ้นเมื่อผิวของเรามัน ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนผิวแห้ง ก็ควรทามอยส์เจอไรเซอร์แบบที่ไม่มีกลิ่นก่อนฉีดน้ำหอม ทั้งนี้การทาโลชั่นที่มีกลิ่นเดียวกับน้ำหอมจะยิ่งทำให้กลิ่นติดทนนานขึ้นค่ะ ขั้นตอนที่ 2: รู้ตำแหน่งการฉีดน้ำหอม ความร้อนของร่างกายจะทำให้น้ำหอมปล่อยกลิ่นออกมา ถ้าอยากให้กลิ่นเด่นชัดและติดทนนานขึ้น ให้คุณเน้นฉีดน้ำหอมบริเวณที่มีชีพจร ซึ่งเป็นบริเวณที่อุ่น เพราะมีการสูบฉีดเลือดใกล้กับผิวบริเวณนี้ สำหรับบริเวณที่เหมาะแก่การฉีดน้ำหอม     เช่น ข้อมือ ด้านหลังหู ด้านข้างคอ หลังหัวเข่า และด้านหลังข้อศอก คุณอาจเลือกฉีดน้ำหอมที่บริเวณนี้ และอย่าเผลอฉีดหนักมือจนเกินไป อย่างไรก็ตาม หนึ่งในข้อผิดพลาดที่หลายคนน่าจะเคยทำก็คือ การถูข้อมือเข้าหากันหลังจากฉีดน้ำหอม ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้โมเลกุลของน้ำหอมเสียหายและทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป ทั้งนี้ให้คุณใช้วิธีกดข้อมือเข้าหากันอย่างเบามือแทนค่ะ ขั้นตอนที่ 3: ฉีดน้ำหอมที่เส้นผม แม้ว่าคุณไม่ควรฉีดน้ำหอมที่เส้นผมโดยตรง เพราะว่าแอลกอฮอล์จะทำให้ผมแห้งกร้าน แต่คุณสามารถฉีดน้ำหอมที่หวีได้ค่ะ...
canva-null-1_0

สมองดีสร้างได้! 7 เคล็ดลับช่วยให้ความจำดีขึ้น

เคยไหมกับการหากุญแจรถหรือของใช้ในบ้านไม่เจอเพราะจำไม่ได้ว่าวางไว้ตรงไหน? หากคำตอบคือใช่ เราอยากบอกว่าคุณไม่ได้เผชิญกับปัญหานี้คนเดียว อาการหลงลืมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออก เพราะการทำกิจกรรมบางอย่างสามารถช่วยให้คุณมีความจำที่เฉียบแหลมและป้องกันการสูญเสียความจำได้ค่ะ ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีกิจกรรมใดบ้าง 1.ออกกำลังกายทุกวัน การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปทั่วทั้งร่างกายไม่เว้นแม้แต่สมอง ซึ่งอาจช่วยรักษาความจำของคุณให้เฉียบคมอยู่เสมอ สำหรับวิธีออกกำลังกายที่อยากแนะนำก็คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับหนักปานกลางอย่างน้อย      150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น การเดินเร็ว หรือหากออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับหนัก เช่น วิ่งเหยาะ ก็พยายามออกกำลังกายให้ได้ 75 นาทีต่อสัปดาห์ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลา ก็อาจพยายามเดินให้ได้วันละ 10 นาที 2.หมั่นฝึกสมอง หากการออกกำลังกายช่วยให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรง ในทำนองเดียวกัน การทำกิจกรรมที่กระตุ้นสมองก็จะช่วยให้สมองมีสุขภาพดี และอาจช่วยป้องกันไม่ให้คุณสูญเสียความจำ ตัวอย่างของกิจกรรมที่ช่วยลับสมอง เช่น การเล่นปริศนาอักษรไขว้ (Crossword) การใช้เส้นทางอื่นเมื่อขับรถ การเรียนดนตรี การเป็นอาสาสมัคร ฯลฯ 3.เข้าสังคมเป็นประจำ การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าและความเครียดอีกด้วย...
8-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94

รวม 8 นิสัยที่ยิ่งทำให้คุณยิ่งเครียด

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรับผิดชอบก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงไม่แปลกที่หลายคนมีอาการเครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องงาน สถานะทางการเงิน หรือครอบครัว อย่างไรก็ตาม นิสัยบางอย่างก็สามารถทำให้คุณวิตกกังวลได้ไม่แพ้กัน ซึ่งความกลัวหรือความรู้สึกไม่ปลอดภัยอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ เราลองมาเช็คพร้อมกันเลยดีกว่าว่ามีนิสัยอะไรบ้างที่ควรเลิกได้แล้ว 1.ต้องการควบคุมทุกอย่าง หากคุณเป็นคนที่ชอบบงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ครอบครัว หรือความสัมพันธ์ ก็จะทำให้คุณเป็นคนที่เครียดง่ายและวิตกกังวลเกินเหตุ การยอมรับว่าไม่มีใครที่สามารถควบคุมได้ทุกสิ่งทุกอย่าง การหัดมอบหมายงาน และการหัดเชื่อใจคนอื่น ก็อาจช่วยคลายความรู้สึกไม่สบายใจและความวิตกกังวลได้ค่ะ 2.พยายามทำให้ทุกคนพอใจ การต้องคอยทำให้คนรอบข้างพอใจอยู่เสมออาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยในบางครั้ง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคนอื่นจนลืมคิดถึงตัวเอง หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สุดท้ายคุณก็จะไม่มีความสุข ดังนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับความต้องการของตัวเองก่อนที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้คนอื่น 3.นอนน้อยเกินไป การนอนน้อยกว่า 7-8 ชั่วโมงต่อคืน อาจทำให้คุณอารมณ์ไม่ดี อ่อนเพลีย และวิตกกังวลในวันถัดไป นอกจากการนอนให้เพียงพอแล้ว ก็ควรพยายามจัดตารางนอนให้ได้เวลาเดิม และปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนเข้านอนทุกครั้ง 4.ติดคาเฟอีน แม้ว่ากาแฟมีสารหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย...
- Advertisement -

Latest article

ต้นโกสน หนึ่งในไม้มงคลที่ควรปลูกที่บ้าน

0
   วันนี้ ความรู้รอบตัว.com จะมาทำความรู้จักหนึ่งในต้นไม้มงคลอย่าง ต้นโกสน ต้นไม้ที่มีใบสีสันสวยงาม เพราะอะไรถึงเป็นต้นไม้มงคล แล้วทำไมถึงควรที่จะต้องปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ที่บ้าน ต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้มีดีแค่เพียงเป็นไม้สวยงามที่มีชื่อมงคลเพียงเท่านั้น แต่ยังไม้สวยงามที่มีประโยชน์รอบด้านเลย ต้นโมกสน มีที่มายังไง มาจากไหน ต้นโกสน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Croton (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Codiaeum Variegatum) มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก  ต้นโกสนจุดเริ่มต้นของความเชื่ออันแรงกล้า โดยผู้ที่นำเอาต้นโกสนมาปลูกในไทยเป็นคนแรกคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)...

รวบรวมอินทีเรียสำหรับสไตล์ห้องนอน มินิมอล

ห้องนอน มินิมอล ที่เงียบสงบมีแค่แสงและเตียงเท่านั้น นี่คือห้องนอนของเรา ไม่มีเฟอร์นิเจอร์พิเศษยกเว้นเตียงและลิ้นชัก หน้าต่างในห้องนั่งเล่นแรกที่ฉันพูดถึงก่อนหน้านี้อยู่ที่นี่มีหน้าต่างบานใหญ่ที่ด้านหนึ่งของกำแพงดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับการให้แสงสว่าง ฉันวางโต๊ะเล็ก ๆ ไว้ข้างเตียง ฉันใส่โคมไฟสีทองสเตนเลสไว้มันทำให้ดูเป็นจุดสนใจภายในห้อง ฉันแขวนลิ้นชักและกรอบไว้ปลายเตียงลิ้นชักของ IKEA แต่ฉันทาสีมันใหม่ และเปลี่ยนที่จับดังนั้นมันจึงให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ด้วยสีที่มันกลายเป็นมินิมอลมากขึ้นทำให้มีเวลานอนที่มากขึ้นนี่คือพื้นที่โปรดของฉันในห้องนอน ก่อนที่ครอบครัวเราจะนอนก็จะพูดคุยและนอนเรียงๆกันไปทั้ง 4ชีวิต และหลับไปคือมันดีมาก วิวกลางคืนของเมืองที่มองเห็นจากห้องนอนช่วยลดความเหนื่อยล้าของวันได้หมดเลย :) ห้องนอนมินิมอล แบบมีหน้าต่าง ฉันได้ย้ายห้องนอนมาที่ห้องที่มันเห็นวิวทะเล ส่วนอินทีเรียนั้นได้แก้ด้วยตัวเองทำเองทำให้จำกัดงบได้ แต่ก็มีบ้างที่ไม่ใช่เซียนทางด้านนี้เลยทำให้เกิดความผิดพลาดบ้างแต่ก็สนุกดีที่ได้เห็นห้องของตัวเองออกมาสำเร็จ ห้องนอน มินิมอล แนวที่พักที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดของรีสอร์ทสักที่ในโมร็อกโก เมื่อฉันย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ฉันก็ประทับใจกับการตกแต่งภายในแบบโมร็อกโกที่แปลกใหม่ฉันนึกภาพรีสอร์ทและคิดถึงห้องนอนที่ฉันสามารถผ่อนคลายได้ ทุกวันหลังจากเสร็จสิ้นการงานที่ทำทั้งหมด แล้วเข้ามาในห้องเปิดโคมไฟ...

10 สิ่งที่ต้องจำไว้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านครั้งแรกของคุณ

หากไม่มีหลักการตกแต่งภายในบ้านคุณจะรู้สึกสับสนต่อหน้าเฟอร์นิเจอร์มากมาย ยิ่งกว่านั้นเมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นครั้งแรกทุกคนรู้สึกยากในช่วงเวลาที่เลือก ใครก็ตามที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่รัดกุมควรมีการตกแต่งภายในที่เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้สูงสุดและผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งจะสามารถใช้แสงหรืออุปกรณ์เสริมที่เผยให้เห็นบุคลิกของพวกเขาหากคุณมีไลฟ์สไตล์ที่มีแขกจำนวนมากไม่ว่าบ้านจะมีขนาดใดคุณจะต้องมีโต๊ะและเก้าอี้มากกว่า 6 คนและหากคุณเลี้ยงสัตว์เลี้ยงคุณควรเลือกวัสดุและการออกแบบที่คำนึงถึงคนและสัตว์ หลังจากพิจารณาถึงรูปแบบชีวิตของฉันแล้วฉันต้องไปซื้อของก่อนที่พื้นที่จะเสร็จสมบูรณ์ดังนั้นฉันจึงพอใจมากมีหลักการช้อปปิ้งภายในที่ดีที่ต้องจำไว้ล่วงหน้าเพื่อเลือกสิ่งที่ถูกต้อง 10 หลักการช้อปปิ้งที่ต้องจดจำ เรานำเสนอเคล็ดลับในการตกแต่งภายในบ้านด้วยตัวเอง 1. เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้ตลอดชีวิต เฟอร์นิเจอร์ไม่สามารถใช้งานได้ตลอดไปมันไม่ได้เปลี่ยนไปบ่อยเท่าแฟชั่นแต่เฟอร์นิเจอร์ก็มีเทรนและถ้าคุณย้ายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่หรือถ้าสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนไปก็ต้องเปลี่ยนแน่นอน แน่นอนว่าความทนทานของเฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งสำคัญแต่คำแนะนำของผู้ใหญ่ในการเลือกสิ่งที่คุณสามารถใช้ได้ตลอดไปนั้นยังห่างไกลจากวิถีชีวิตในทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณจะใช้งานไปนานแค่ไหนอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่ประมาณ 10 ปีมันไม่สายเกินไปที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงที่จะใช้สำหรับอายุการใช้งานหรือจะถูกส่งต่อไปหลังจากที่ค่อยๆสร้างสไตล์ของคุณเอง 2. แสดงรสนิยมของคุณผ่านงบที่จำกัด เมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นครั้งแรกผู้คนมักไม่รู้ว่าพวกเขากำลังมองหาอะไรด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมล่วงหน้าแม้ว่าอาจมีความแตกต่างของแต่ละบุคคลใน 'งบประมาณที่เหมาะสม' ฉันขอแนะนำให้คุณเลือกหนึ่งอย่างที่ถูกที่สุดเป็นครั้งแรกที่คุณซื้อมัน นี่เป็นเพราะพวกเขาส่วนใหญ่มักจะค่อยๆพัฒนารสนิยมของตัวเองเมื่อพวกเขาเดินหน้าและดูแลเกี่ยวกับการตกแต่งภายในหากคุณต้องการรู้รสนิยมของคุณคุณสามารถเปิดตู้เสื้อผ้าและตรวจสอบสไตล์แฟชั่นของคุณ เมื่อมองไปที่เสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริมที่คุณมีคุณสามารถรู้สีกที่คุณชื่นชอบวัสดุบรรยากาศและอื่น ๆ เป็นความคิดที่ดีที่จะซื้อนิตยสารมีชีวิตสักสองสามฉบับแล้วดูพวกเขาราวกับว่าคุณกำลังศึกษาอยู่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีหลายแพลตฟอร์มที่ให้รูปถ่ายภายในดังนั้นจึงมีเนื้อหามากมายให้ใช้ หลังจากหาสไตล์ที่เหมาะกับรสนิยมของคุณ คุณจะต้องหยิบมันขึ้นมาและตกแต่งภายในให้เสร็จสิ้นดังนั้นจึงไม่เสียใจหลังจากช้อปปิ้ง 3.การตกแต่งภายในบ้านต้องเป็นไปตามการวางแผนชีวิต ในช่วงเวลาของการตกแต่งภายในครั้งแรกทุกคนคิดเกี่ยวกับพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์จากรสนิยมของตนเองอย่างไรก็ตามในกรณีของบ้านที่เพิ่งแต่งงานใหม่ไม่ว่าคุณจะมีลูกหรือย้ายสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนแปลงไปคู่บ่าวสาวที่สร้างห้องนั่งเล่นสไตล์คาเฟ่สุดหรูโดยไม่คาดคิด จากการมีทารกและถอดเฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นสไตล์คาเฟ่ออกเช่นเดียวกับบ้านหลังแรก...