white-teeth

10 วิธีรักษาสุขภาพปากและฟัน….ที่คุณสามารถทำได้แบบไม่ยาก

0
สุขภาพปากและฟันที่ดีจะทำให้ทุกครั้งที่ยิ้มเห็นฟันเรียงสวยขาวสะอาด เหงือกสีชมพูอ่อนน่ามองที่สุด ไม่ว่าคุณจะพูดเอ่ยอะไรก็มีความสดใส ไม่มีกลิ่นปาก ใคร ๆ ที่อยู่ใกล้คุณก็จะหลงเสน่ห์นี้แน่นอน แต่ถ้าตรงกันข้ามหากสุขภาพปากและฟันของคุณย่ำแย่ พูดแต่ละครั้งปากเหม็น เห็นฟันสีขาวอมเหลืองแบบนี้ก็คงอยากจะเบือนหน้าหนี จะดีกว่าไหมหากคุณจะดูแลช่องปากของคุณตั้งแต่วันนี้เพื่อไม่ให้สายเกินแก้ วิธีดูแลสุขภาพปากและฟัน 1. ควรแปรงฟันเป็นประจำอย่างน้อยเช้าและเย็นด้วยแปรงสีฟันให้เข้าถึงฟันทุกซี่ทั้งล่างและบนอย่างน้อยครั้งละ 2 นาที อย่าลืมแปรงลิ้นด้วยเพื่อจะได้ยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่มาจากคราบของจุลินทรีย์จนเป็นสาเหตุของโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ 2. ควรใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไลน์ที่สามารถช่วยขจัดคราบพลัคและป้องกันฟันผุ จะให้ดีควรช่วยป้องกันเรื่องของการเกิดเลือดออกขณะแปรงฟันด้วย 3. ควรเลือกแปรงสีฟันที่อ่อนนุ่มไม่แข็งจนเกินไปเพราะจะทำให้เหงือกร่นได้ 4. ควรใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วยเพื่อทำให้มั่นใจในความสะอาดมากขึ้นและไหมขัดฟันนี้จะช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกของฟันได้ดียิ่งขึ้น 5. ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนและขัดฟันทุก 6 เดือน เนื่องจากการแปรงฟันอาจสามารถขจัดได้เพียงบางส่วนแต่คราบที่ฝังแน่นมันจะกลายเป็นหินปูนแข็ง จึงต้องให้คุณหมอช่วยขูดเอาหินปูนออกจะให้ดีให้คุณหมอขัดฟันด้วย 6. สำหรับใครที่ใส่เหล็กดัดฟันหรือใส่ฟันปลอมควรตรวจสอบความสะอาดของฟันเป็นประจำ เพราะตามซอกเล็ก ๆ อาจจะมีเศษอาหารหลงเหลืออยู่ได้  7. ควรกินอาหารเนื้อหยาบอย่าง ฝรั่ง มันแกว ก้านผัก บ้าง เพื่อที่จะช่วยทำความสะอาดฟันอีกทางหนึ่ง 8. ในการเคี้ยวอาหารควรใช้ฟันทุกซี่เคี้ยวอาหาร ไม่ควรเคี้ยวข้างเดียวเพื่อจะได้บริหารเหงือกและฟันให้แข็งแรง 9....
7-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-4

6 สัญญาณที่บอกว่าคุณยังดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอ

0
ในยุคที่เราต้องแข่งขันกับเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องงาน ทำให้หลายคนทุ่มเทให้กับสิ่งเหล่านี้จนลืมที่จะดูแลสุขภาพของตัวเอง ซึ่งทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตก็ล้วนแต่สำคัญต่อเราทั้งนั้นค่ะ หากมีอันใดอันหนึ่งที่แย่ แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณไม่มากก็น้อย เราลองมาเช็คพร้อมกันดีกว่าว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่บอกเป็นนัย ๆ ว่าคุณยังดูแลตัวเองไม่ดีพอ 1.ป่วยบ่อย การที่คุณเป็นหวัดหรือติดเชื้อไวรัสบ่อยครั้งมักเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของคุณทำงานได้ไม่ดี อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ตัวอย่างเช่น ความเครียด การทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การไม่ได้ออกกำลังกาย และการสูบบุหรี่ เป็นต้น นอกจากนี้การมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงไม่เพียงแต่ทำให้คุณเป็นโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลงอีกด้วย 2.รู้สึกเหนื่อย มีหลายเหตุผลที่ทำให้คุณอาจรู้สึกเหนื่อยอยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณมีอาการดังกล่าวก็คือ การเป็นโรคนอนไม่หลับ หรือการที่คุณนอนไม่ถึง 7-8 ชั่วโมงต่อคืน อย่างไรก็ดี คุณไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะการนอนไม่เพียงพอมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น หัวใจมีปัญหา...
%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%99-_

ไอโอดีน คืออะไร ร่างการขาดได้หรือไม่

0
ภาวะขาดไอโอดีนทำให้ผมร่วงจริงหรือ? ไอโอดีนมีผลต่อเส้นผมจริงๆ หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มักเห็นกองเส้นผมของตัวเองในห้องน้ำ เห็นผมติดอยู่ที่หวีมากกว่าปกติ ผมบางลงจนน่าตกใจ หรือแม้แต่เห็นหัวล้านเป็นหย่อม ๆ หนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ก็คือ ภาวะขาดไอโอดีนนั่นเองค่ะ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับภาวะนี้ให้มากขึ้นพร้อมกับแนะนำอาหารเสริมไอโอดีน แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น เราลองมาทำความรู้จักกับธาตุไอโอดีนกันก่อนดีกว่า ไอโอดีนคืออะไร? ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และสามารถพบได้ในเกลือ ประเด็นสำคัญ คือ ร่างกายของเราจะไม่สามารถผลิตไอโอดีนได้เอง ทั้งนี้ไอโอดีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการผลิตไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมน้ำหนัก รักษาความอบอุ่นของร่างกาย และทำหน้าที่อื่น ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ การรักษาเส้นผมของคุณให้มีสุขภาพดี ไทรอยด์ฮอร์โมนมีส่วนช่วยสร้างต่อมผม (Hair follicles) หากร่างกายไม่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้มีไทรอยด์ฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ...
kate-fit-rare-gel-pencil-finish-look-2-2

8 วิธีดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ

0
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ดวงตาเป็นหนึ่งในอวัยวะที่เราใช้งานมากที่สุด และมักเป็นอวัยวะที่หลายคนละเลยในการดูแล หากดวงตาทำงานผิดปกติหรือใช้การไม่ได้ แน่นอนว่าก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตไม่มากก็น้อย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรหมั่นดูแลดวงตาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม มีหลายวิธีที่สามารถช่วยรักษาดวงตาของคุณให้มีสุขภาพดี และป้องกันปัญหาหรือโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับดวงตา ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง 1.หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ในแต่ละวันเราต่างก็ใช้มือเพื่อจับสิ่งต่าง ๆ ซึ่งบรรดาสิ่งสกปรก ฝุ่น และแบคทีเรียจำนวนมาก ก็จะติดอยู่ที่มือของเราโดยไม่รู้ตัว การใช้มือจับหรือขยี้ตาจะทำให้สิ่งเหล่านี้เข้าตาได้อย่างง่ายดาย หากรู้ตัวว่าชอบขยี้ตาจนติดเป็นนิสัย ก็ให้พยายามหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการระคายเคือง และล้างมือเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเข้าตา 2.ปกป้องดวงตาจากแสงอาทิตย์ หากดวงตาโดนแสงแดงและรังสียูวี ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคจุดภาพชัดเสื่อมในผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น (Age-related Macular Degeneration) และอาจทำให้กระจกตาอักเสบ ดังนั้นอย่าลืมสวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสียูวีและสวมหมวกเมื่อต้องออกไปเดินท่ามกลางแสงแดดจัด 3.ดื่มน้ำ การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ เพราะน้ำมีส่วนช่วยในการทำงานของกระบวนการและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่ดวงตา หากร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ตาแห้งและระคายเคือง ดังนั้นอย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำเป็นอันขาด 4.ไม่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่มีโทษนับไม่ถ้วน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การเสี่ยงที่จะเป็นโรคจุดภาพชัดเสื่อมในผู้สูงอายุ...
%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2

กีฬาช่วยเพิ่มความสูง….อยากสูงบุคลิกดีกีฬาช่วยได้

0
เดี๋ยวนี้น่าจะหมดยุคสมัยของการเป็นหนุ่มสาวตัวเล็กและเตี้ยกันแล้ว เนื่องจากระยะหลังมานี้ทางรัฐบาลได้ส่งเสริมให้เด็กไทยได้รับประทานนมและอาหารที่ดีมีประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และมีส่วนสูงที่ได้มาตรฐานซึ่งในเรื่องความสูงนี้สำหรับผู้ชายจะหยุดสูงที่อายุประมาณ 18-20 ปีส่วนผู้หญิงจะอยู่ที่ 16-18 ปี ดังนั้นในช่วงที่ยังสูงได้จึงควรบำรุงร่างกายและเล่นกีฬาเพื่อเพิ่มความสูงให้มากพอ  ส่วนเรื่องกีฬาจะมีกีฬาอะไรที่ช่วยเพิ่มความสูงได้นั้นมาดูกัน 1.วิ่งจ๊อกกิ้ง การวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ยาก ซึ่งในขณะที่วิ่งหัวใจจะเต้นเร็วร่างกายจะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกส่วนทั่วร่างกาย ระบบการหายใจก็จะทำงานได้ดีขึ้นเป็น 2-3 เท่ากระบวนการทำงานที่ต่อเนื่องเหล่านี้จึงไปสนับสนุนการหลั่งโกรทฮอร์โมนหรือฮอร์โมนการเจริญเติบโตในเด็ก ส่งผลให้มีการยืดตัวเพิ่มความสูงได้อย่างดี สำหรับเวลาที่เหมาะในการวิ่งก็คือช่วงเช้าและช่วงเย็น  2.โหนบาร์ การโหนบาร์เป็นเทคนิคเพิ่มความสูงที่ดีสำหรับวัยกำลังเติบโต ซึ่งสามารถยืดกล้ามเนื้อช่วงกระดูกสันหลังได้เป็นอย่างดี หากทำอย่างต่อเนื่องจะมีความสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การโหนบาร์ยังจะจัดรูปกระดูกสันหลังให้เหยียดตรงจึงช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วย 3.แทรมโพลีน หนึ่งในกีฬาที่สนุกสุด ๆ สำหรับเด็ก ๆ ก็คือ การกระโดดบนแทรมโพลีน นอกจากพวกเขาจะได้เพลิดเพลินกับการกระโดดอย่างต่อเนื่อง ยังจะได้พัฒนาเรื่องความสูงไปด้วย โดยการกระโดดบนแทรมโพลีนวันละ 10 นาทีจะเท่ากับการออกกำลังกายถึง 45 นาที ที่สำคัญมันทำให้เด็กสูงขึ้นได้ตั้งแต่ 2.5-10 เซนติเมตรเลยทีเดียว 4.กระโดดเชือก การกระโดดเชือกเป็นกีฬาที่เล่นไม่ยากมีเพียงเชือกกระโดดเส้นเดียวก็สามารถออกกำลังกายเพิ่มความสูงได้แล้ว ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่าในระหว่างที่กระโดดเชือก จะเกิดการเหยียดตรงในส่วนของกล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อกลางลำตัวและกล้ามเนื้อขา...
skin5-2

เคล็ดลับดูแลผิวให้ดูดีมีออร่า

0
ผิวสวยใสดูดีมีออร่าใครๆก็อยากได้เป็นเจ้าของแต่ผิวแบบนี้ไม่ใช่จะมีมาแต่เกิดอย่างเดียวยิ่งนานวันผิวต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแดดลมฝนควันจนทำให้ผิวดีๆเสื่อมสภาพได้จึงจำเป็นที่จะต้องมีการบำรุงและดูแลอย่างดีเพื่อที่จะได้มีผิวสวยใสอย่างที่ใจต้องการ วันนี้เรามีเคล็ดลับดูแลผิวตามสภาพผิวและการดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอกที่รับรองว่าถ้าคุณนำไปใช้สีจะดูแน่นอนส่วนจะมีอะไรบ้างมาดูกัน เคล็ดลับการดูแลผิวตามสภาพผิว 1.ผิวธรรมดา หากคุณมีผิวธรรมดาคุณเป็นคนที่โชคดีมากๆเพราะผิวแบบนี้จะมีรูขุมขนที่เล็กหรือขนาดกลางผิวก็จะไม่แห้งหรือมันจนเกินไปอาจจะมีสิวบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาผิวความละเอียดและค่อนข้างเรียบเนียน ผิวมีความชุ่มน้ำไม่แห้งตึง การดูแลจึงทำได้แบบไม่ยากด้วยการทำความสะอาดผิวด้วยสบู่อ่อนๆและทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์กลางวันก็เจอกลางวันก็ทาครีมกันแดดแบบธรรมดาเพียงเท่านี้ผิวของคุณก็จะดูดีแล้ว 2.ผิวมัน  ผิวมันค่อนข้างจะเป็นผิวที่มีปัญหามากเพราะมีรูขุมขนกว้างกว่าปกติจึงมีการหลั่งน้ำมันออกมาผิวหน้าคุณดูอยากกล้ามสวยเป็นสิวง่ายแล้วก็มีการอุดตันง่ายๆเหมือนกันยิ่งเป็นวัยรุ่นฮอร์โมนจะไปกระตุ้นทำงานให้ฟังหน่อยมันผลิตออกมามากจนเกิดปัญหาสิวเสี้ยนบริเวณ T Zone หรือรอบปากแถมอาจจะมีสิวหัวโตๆเกิดขึ้นการดูแลอาบน้ำด้วยสบู่อ่อนๆแล้วจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่มีน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์ที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์มากนักควรใช้โลชั่นหรือน้ำยากระชับรูขุมขนเรียกว่าโทนเนอร์ช่วย 3.ผิวแห้ง   ผิวแห้งก็ค่อนข้างดูแลยากเช่นกันซึ่งคุณจะสังเกตว่าคุณเป็นคนผิวแห้งหรือไม่ด้วยการดูจากที่น่าจะมีขุยได้ง่ายและแห้งตึงซึ่งผิวแบบนี้จะมีข้อดีอยู่บ้างก็คือว่ามีรูขุมขนละเอียดดูเรียบไม่อยากแล้วไม่ดูเป็นมันเยิ้มมีปัญหาเรื่องสิวน้อยกว่าผิวมันแต่ข้อเสียก็คือคุณจะมีริ้วรอยก่อนวัยโดยเฉพาะช่วงรอบดวงตาหรือรอบฝีปากตาหลวงปู่สีฟ้าการดูแลอาบน้ำด้วยสบู่ธรรมดาหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นเป็นไปได้ที่ผิวหน้าให้ใช้น้ำเปล่าดีที่สุดหลังจากนั้นให้ทาด้วยครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันเป็นประจำทุกครั้งหลังล้างหน้าและอาบน้ำ 4.ผิวบอบบาง-แพ้ง่าย  เป็นอีกหนึ่งสภาพผิวที่มักมีปัญหา พระคุณอาจมีผื่นแดงมีอาการคันหรือเกิดรอยไหม้ที่บริเวณผิวจึงต้องระมัดระวังเรื่องการใช้เครื่องสำอางเป็นพิเศษเพราะการโดนสารเคมีอาจจะทำให้ใบหน้าและผิวพรรณของคุณมีปัญหามากขึ้นสำหรับการดูแลควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์จะให้ดีควรมีระบุว่าได้รับการทดสอบแล้วว่าเหมาะกับผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย หากเกิดปัญหาผิวควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างและปรึกษาแพทย์ผิวหนัง นอกจากการบำรุงดดูแลตามสภาพผิวแล้วก็ควรที่จะในแต่ละสัปดาห์ก็ควรที่จะเพิ่มความกระจ่างใสด้วยผิวให้ผิวคุณด้วยการสครับผิวที่บอบบางบ้างเพื่อจะได้กระจัดเซลล์ผิวที่ตายไปออกจากใบหน้าและผิวพรรณ การดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอก ถึงจะดูดี ผิวจะดูดีได้ไม่ใช่ว่าเกิดจากการบำรุงดูแลจากภายนอกอย่างเดียวต้องเกิดจากการดูแลจากภายในด้วยซึ่งการดูแลที่ดีมีดังต่อไปนี้  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และไม่ลืมที่จะรับประทานอาหารบำรุงหิวด้วยนั่นก็คือ ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ถั่ว อะโวคาโด ชาเขียว โยเกิร์ต น้ำผึ้ง บลูเบอรี่ ต้ม ทับทิม...
%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e06

5 วิธีดูแลตัวเองเมื่อกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ

0
คนที่ออกกำลังกายบางคนอาจเคยประสบปัญหากล้ามเนื้อบาดเจ็บ โดยเฉพาะคนที่เล่นกีฬาหรือบริหารร่างกายด้วยวิธีอื่น ๆ หลายครั้งต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เวลาที่ร่างกายใช้ในการฟื้นตัวของแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดและขนาดของการบาดเจ็บ สุขภาพ ภาวะทางกายภาพ และอาหาร แต่ก่อนที่เราจะไปดูวิธีที่ช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวจากการบาดเจ็บเร็วขึ้น เราลองมาดูสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้กันก่อนค่ะ สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ กล้ามเนื้อขาดความสมดุล: กลุ่มของกล้ามเนื้อทั้งหมดประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ตรงข้ามกัน เช่น กล้ามเนื้อไบเซฟ (Biceps) และกล้ามเนื้อไตรเซพ (Triceps) หรือกล้ามเนื้อชุดควอดริเซ็บ (Quadriceps) และกล้ามเนื้อแฮมสตริง (Hamstrings) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากกล้ามเนื้อที่เป็นคู่ตรงข้ามกันเสียสมดุล ความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นความยืดหยุ่นต่ำ: ยิ่งกล้ามเนื้อแข็งตัวมากเท่าไร ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากขึ้นเท่านั้นขาดน้ำ: หากปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง...
2-2

แนะนำ 7 วิธีป้องกันกรดไหลย้อนตอนกลางคืน

0
ภาวะกรดไหลย้อนสามารถเล่นงานเราได้ทุกเวลา แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เผชิญกับปัญหานี้ตอนกลางคืน ซึ่งจะยิ่งไปซ้ำเติมคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนให้แย่ลงไปอีก ทั้งนี้ภาวะกรดไหลย้อนเกิดจากการที่กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารผิดปกติ ทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนไปทางหลอดอาหารและช่องปากได้ในที่สุด ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกแสบร้อนหรือระคายเคือง และอาการนี้มักเกิดขึ้นร่วมกับอาการเจ็บหน้าอกและกลืนอาหารลำบาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะกรดไหลย้อนส่วนใหญ่ไม่ได้มีความรุนแรงและไม่ได้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระดับที่น่าเป็นห่วง แต่เราก็ควรหาวิธีป้องกันไว้ก่อนค่ะ เพราะภาวะนี้สามารถส่งผลต่อการนอนและคุณภาพชีวิตของคุณได้ สำหรับวิธีป้องกันภาวะกรดไหลย้อนที่เกิดขึ้นเวลากลางคืนมีดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการทานอาหารก่อนเข้านอน การทานอาหารก่อนเข้านอนอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและพร้อมสำหรับเข้านอน แต่พฤติกรรมดังกล่าวกลับทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ปัญหาคือ ไม่ทานอาหารแบบจัดเต็มเกินไปในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน การทำเช่นนี้จะสามารถควบคุมการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารก่อนเข้านอนได้ 2.จำกัดการทานอาหารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อาหารที่ทำให้กรดในร่างกายเพิ่มขึ้นสามารถทำให้อาการกรดไหลย้อนที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนแย่ลง ดังนั้นพยายามจำกัดการทานอาหารที่มีความเป็นกรด โดยเฉพาะตอนทานอาหารค่ำ เช่น มะเขือเทศ คาเฟอีน อาหารเนื้อตัดเย็น อาหารทอด อาหารเผ็ด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3.ยกหัวเตียงให้สูงขึ้น หนึ่งในวิธีป้องกันการเกิดกรดไหลย้อนตอนกลางคืนที่ดีที่สุดคือ การยกหัวเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อยค่ะ โดยอาจใช้หมอนมาช่วยหนุน ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้กระเพาะอาหารและลำคออยู่ที่ความสูงเดียวกัน จึงช่วยควบคุมกรดในกระเพาะอาหารไม่ให้ไหลย้อนขึ้นมาทางลำคอได้นั่นเอง 4.ลดน้ำหนัก คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานและเป็นโรคอ้วนจำเป็นต้องลดน้ำหนักเพื่อควบคุมอาการกรดไหลย้อน เพราะว่าการมีไขมันสะสมบริเวณรอบเอวจะทำให้การบีบอัดบริเวณกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น และกรดในกระเพาะอาหารจะไหลย้อนกลับไปทางหลอดอาหาร เมื่อน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม นอกจากปัญหากรดไหลย้อนจะบรรเทาลงแล้ว สุขภาพโดยรวมก็จะดีขึ้นอีกด้วย 5.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้อาการกรดไหลย้อนแย่ลง ทั้งนี้การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำให้คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารทำงานได้แย่ลง ในขณะที่การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการของภาวะกรดไหลย้อน หากคุณเป็นทั้งสิงห์อมควันและนักดื่มตัวยง ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกรดไหลย้อนก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น 6.สวมเสื้อผ้าที่หลวม การใส่ชุดนอนที่หลวมไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณพลิกตัวหรือนอนหลับได้สบายมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีผลต่ออาการของภาวะกรดไหลย้อนอีกด้วย ทั้งนี้การใส่ชุดนอนที่รัดแน่นจนเกินไปสามารถทำให้เกิดแรงกดภายในท้อง ส่งผลให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับมายังหลอดอาหารได้ในที่สุด ดังนั้นการใส่ชุดนอนที่หลวม และทำให้รู้สึกสบายตอนสวมใส่จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 7.ควบคุมความเครียด การจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสมไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการกรดไหลย้อนตอนกลางคืนเท่านั้น...
w644-2

เรื่องกลิ่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น….7 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัว

0
ปัญหากลิ่นตัวนับว่าเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปทั้งในผู้ชายและผู้หญิง นอกจากจะไม่ดีต่อภาพลักษณ์แล้ว ก็ยังส่งผลกระทบต่อคนอื่นอีกด้วย ซึ่งคงเป็นเรื่องที่น่าอายไม่น้อยหากกลิ่นตัวของคุณโชยไปเตะจมูกของคนรอบข้าง นอกจากนี้การมีกลิ่นตัวยังส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความพึงพอใจในตัวเอง และความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม โชคดีที่มีหลายวิธีที่สามารถป้องกันการเกิดกลิ่นตัวได้ค่ะ เริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่ามีวิธีใดบ้าง ลองมาดูพร้อมกันเลยดีกว่า 1.อาบน้ำ ผิวของเราสะสมแบคทีเรียและสิ่งสกปรกในระหว่างวัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น การอาบน้ำทุกวันจะช่วยกำจัดเหงื่อ สิ่งสกปรก และแบคทีเรียบนผิวได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติแล้วเหงื่อของเราไม่มีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวผสมกับเหงื่อ มันก็จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ในที่สุด วิธีแก้ปัญหาคือ ให้คุณทำความสะอาดผิวบริเวณที่มีเหงื่อออกมากเป็นพิเศษให้ทั่ว และเช็ดผิวให้แห้งเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวชื้น 2.โกนขนรักแร้ การโกนขนใต้วงแขนไม่ได้ทำให้เหงื่อออกน้อยลง แต่อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นใต้วงแขน ด้วยความที่เส้นขนมีรูพรุน ทำให้มันดูดซับกลิ่นที่เกิดจากเหงื่อ นอกจากนี้การมีเส้นขนมากเกินไปจะทำให้ใต้วงแขนอับชื้น ซึ่งอาจทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และอาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ในที่สุด อีกทั้งยังทำให้เหงื่อระเหยได้ช้าลง หากใต้วงแขนเรียบเนียนไร้ขน ก็จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีแบคทีเรียลดลง ซึ่งจะทำให้กลิ่นตัวลดลงตามไปด้วย ในกรณีที่คุณเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ ก็ควรล้างรักแร้และร่างกายส่วนอื่น ๆ ให้สะอาดหมดจด และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพื่อไม่ให้แบคทีเรียเกิดการหมักหมม 3.ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยระงับเหงื่อและระงับกลิ่นกาย ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยระงับเหงื่อมีสรรพคุณช่วยไม่ให้เหงื่อออก...
tired-runner

7 สาเหตุที่ทำให้คุณเหนื่อยกว่าปกติระหว่างออกกำลังกาย

0
ในยุคที่เทรนด์รักสุขภาพมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ คนจำนวนไม่น้อยหันมาดูแลเรื่องอาหารการกิน และเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเกิดความรู้สึกเหนื่อยในขณะที่ออกกำลังกายถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณรู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติทั้ง ๆ ที่ออกกำลังกายแบบเดิม ร่างกายอาจกำลังต้องการบอกอะไรกับคุณก็ได้ค่ะ เราลองมาดูพร้อมกันดีกว่าว่าอาการที่ว่านี้เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง 1.นอนไม่เพียงพอ การนอนไม่เพียงพออาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณหมดแรงได้ง่ายในระหว่างออกกำลังกาย เพราะร่างกายของเราหลั่งฮอร์โมน   คอร์ติซอลและฮอร์โมนอะดรีนาลีนออกมามากขึ้นเมื่อนอนน้อย ฮอร์โมนเหล่านี้สามารถทำให้เกิดภาวะเครียดต่อเนื่องในร่างกาย ซึ่งจะไปลดความสามารถในการฟื้นฟูร่างกาย อย่างไรก็ตาม นอกจากคุณจะนอนให้เพียงพอแล้ว ก็อาจใช้วิธีทำสมาธิเพื่อให้ร่างกายและจิตใจสงบลง ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การทำสมาธิสามารถทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้น 2.ไทรอยด์มีปัญหา ฮอร์โมนไทรอยด์มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย หากมีฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำเกินไป ร่างกายจะผลิตพลังงานออกมาน้อยกว่าที่ต้องการ และคุณสามารถรู้สึกเหนื่อยง่าย แต่หากมีฮอร์โมนชนิดนี้มากเกินไป คุณอาจรู้สึกว่ามีพลังงานเพิ่มขึ้นในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถทำให้กล้ามเนื้อสลายตัวและเกิดการอักเสบ อย่างไรก็ดี คุณสามารถมีส่วนช่วยให้ต่อมไทรอยด์มีสุขภาพดีโดยนอนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีแร่ธาตุซิงก์ ซีลีเนียม เหล็ก และไอโอดีน ซึ่งสามารถพบได้ในพืชทะเล ไข่ ปลา และเกลือ 3.ร่างกายขาดน้ำ ภาวะขาดน้ำสามารถทำให้คุณมีอาการอ่อนล้าขณะออกกำลังกายเช่นกัน เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ หัวใจจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ปริมาณเลือดลดลง ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้นเพื่อให้สารอาหารและออกซิเจนถูกส่งไปยังกล้ามเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่คุณออกกำลังกาย ร่างกายจะขับน้ำออกมาในรูปแบบของเหงื่อ นั่นหมายความว่า คุณได้สูญเสียอิเล็กทรอไลต์อย่างโซเดียมและโพแทสเซียม...
- Advertisement -

Latest article

ต้นโกสน หนึ่งในไม้มงคลที่ควรปลูกที่บ้าน

0
   วันนี้ ความรู้รอบตัว.com จะมาทำความรู้จักหนึ่งในต้นไม้มงคลอย่าง ต้นโกสน ต้นไม้ที่มีใบสีสันสวยงาม เพราะอะไรถึงเป็นต้นไม้มงคล แล้วทำไมถึงควรที่จะต้องปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ที่บ้าน ต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้มีดีแค่เพียงเป็นไม้สวยงามที่มีชื่อมงคลเพียงเท่านั้น แต่ยังไม้สวยงามที่มีประโยชน์รอบด้านเลย ต้นโมกสน มีที่มายังไง มาจากไหน ต้นโกสน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Croton (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Codiaeum Variegatum) มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก  ต้นโกสนจุดเริ่มต้นของความเชื่ออันแรงกล้า โดยผู้ที่นำเอาต้นโกสนมาปลูกในไทยเป็นคนแรกคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)...

รวบรวมอินทีเรียสำหรับสไตล์ห้องนอน มินิมอล

ห้องนอน มินิมอล ที่เงียบสงบมีแค่แสงและเตียงเท่านั้น นี่คือห้องนอนของเรา ไม่มีเฟอร์นิเจอร์พิเศษยกเว้นเตียงและลิ้นชัก หน้าต่างในห้องนั่งเล่นแรกที่ฉันพูดถึงก่อนหน้านี้อยู่ที่นี่มีหน้าต่างบานใหญ่ที่ด้านหนึ่งของกำแพงดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับการให้แสงสว่าง ฉันวางโต๊ะเล็ก ๆ ไว้ข้างเตียง ฉันใส่โคมไฟสีทองสเตนเลสไว้มันทำให้ดูเป็นจุดสนใจภายในห้อง ฉันแขวนลิ้นชักและกรอบไว้ปลายเตียงลิ้นชักของ IKEA แต่ฉันทาสีมันใหม่ และเปลี่ยนที่จับดังนั้นมันจึงให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ด้วยสีที่มันกลายเป็นมินิมอลมากขึ้นทำให้มีเวลานอนที่มากขึ้นนี่คือพื้นที่โปรดของฉันในห้องนอน ก่อนที่ครอบครัวเราจะนอนก็จะพูดคุยและนอนเรียงๆกันไปทั้ง 4ชีวิต และหลับไปคือมันดีมาก วิวกลางคืนของเมืองที่มองเห็นจากห้องนอนช่วยลดความเหนื่อยล้าของวันได้หมดเลย :) ห้องนอนมินิมอล แบบมีหน้าต่าง ฉันได้ย้ายห้องนอนมาที่ห้องที่มันเห็นวิวทะเล ส่วนอินทีเรียนั้นได้แก้ด้วยตัวเองทำเองทำให้จำกัดงบได้ แต่ก็มีบ้างที่ไม่ใช่เซียนทางด้านนี้เลยทำให้เกิดความผิดพลาดบ้างแต่ก็สนุกดีที่ได้เห็นห้องของตัวเองออกมาสำเร็จ ห้องนอน มินิมอล แนวที่พักที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดของรีสอร์ทสักที่ในโมร็อกโก เมื่อฉันย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ฉันก็ประทับใจกับการตกแต่งภายในแบบโมร็อกโกที่แปลกใหม่ฉันนึกภาพรีสอร์ทและคิดถึงห้องนอนที่ฉันสามารถผ่อนคลายได้ ทุกวันหลังจากเสร็จสิ้นการงานที่ทำทั้งหมด แล้วเข้ามาในห้องเปิดโคมไฟ...

10 สิ่งที่ต้องจำไว้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านครั้งแรกของคุณ

หากไม่มีหลักการตกแต่งภายในบ้านคุณจะรู้สึกสับสนต่อหน้าเฟอร์นิเจอร์มากมาย ยิ่งกว่านั้นเมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นครั้งแรกทุกคนรู้สึกยากในช่วงเวลาที่เลือก ใครก็ตามที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่รัดกุมควรมีการตกแต่งภายในที่เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้สูงสุดและผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งจะสามารถใช้แสงหรืออุปกรณ์เสริมที่เผยให้เห็นบุคลิกของพวกเขาหากคุณมีไลฟ์สไตล์ที่มีแขกจำนวนมากไม่ว่าบ้านจะมีขนาดใดคุณจะต้องมีโต๊ะและเก้าอี้มากกว่า 6 คนและหากคุณเลี้ยงสัตว์เลี้ยงคุณควรเลือกวัสดุและการออกแบบที่คำนึงถึงคนและสัตว์ หลังจากพิจารณาถึงรูปแบบชีวิตของฉันแล้วฉันต้องไปซื้อของก่อนที่พื้นที่จะเสร็จสมบูรณ์ดังนั้นฉันจึงพอใจมากมีหลักการช้อปปิ้งภายในที่ดีที่ต้องจำไว้ล่วงหน้าเพื่อเลือกสิ่งที่ถูกต้อง 10 หลักการช้อปปิ้งที่ต้องจดจำ เรานำเสนอเคล็ดลับในการตกแต่งภายในบ้านด้วยตัวเอง 1. เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้ตลอดชีวิต เฟอร์นิเจอร์ไม่สามารถใช้งานได้ตลอดไปมันไม่ได้เปลี่ยนไปบ่อยเท่าแฟชั่นแต่เฟอร์นิเจอร์ก็มีเทรนและถ้าคุณย้ายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่หรือถ้าสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนไปก็ต้องเปลี่ยนแน่นอน แน่นอนว่าความทนทานของเฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งสำคัญแต่คำแนะนำของผู้ใหญ่ในการเลือกสิ่งที่คุณสามารถใช้ได้ตลอดไปนั้นยังห่างไกลจากวิถีชีวิตในทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณจะใช้งานไปนานแค่ไหนอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่ประมาณ 10 ปีมันไม่สายเกินไปที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงที่จะใช้สำหรับอายุการใช้งานหรือจะถูกส่งต่อไปหลังจากที่ค่อยๆสร้างสไตล์ของคุณเอง 2. แสดงรสนิยมของคุณผ่านงบที่จำกัด เมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นครั้งแรกผู้คนมักไม่รู้ว่าพวกเขากำลังมองหาอะไรด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมล่วงหน้าแม้ว่าอาจมีความแตกต่างของแต่ละบุคคลใน 'งบประมาณที่เหมาะสม' ฉันขอแนะนำให้คุณเลือกหนึ่งอย่างที่ถูกที่สุดเป็นครั้งแรกที่คุณซื้อมัน นี่เป็นเพราะพวกเขาส่วนใหญ่มักจะค่อยๆพัฒนารสนิยมของตัวเองเมื่อพวกเขาเดินหน้าและดูแลเกี่ยวกับการตกแต่งภายในหากคุณต้องการรู้รสนิยมของคุณคุณสามารถเปิดตู้เสื้อผ้าและตรวจสอบสไตล์แฟชั่นของคุณ เมื่อมองไปที่เสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริมที่คุณมีคุณสามารถรู้สีกที่คุณชื่นชอบวัสดุบรรยากาศและอื่น ๆ เป็นความคิดที่ดีที่จะซื้อนิตยสารมีชีวิตสักสองสามฉบับแล้วดูพวกเขาราวกับว่าคุณกำลังศึกษาอยู่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีหลายแพลตฟอร์มที่ให้รูปถ่ายภายในดังนั้นจึงมีเนื้อหามากมายให้ใช้ หลังจากหาสไตล์ที่เหมาะกับรสนิยมของคุณ คุณจะต้องหยิบมันขึ้นมาและตกแต่งภายในให้เสร็จสิ้นดังนั้นจึงไม่เสียใจหลังจากช้อปปิ้ง 3.การตกแต่งภายในบ้านต้องเป็นไปตามการวางแผนชีวิต ในช่วงเวลาของการตกแต่งภายในครั้งแรกทุกคนคิดเกี่ยวกับพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์จากรสนิยมของตนเองอย่างไรก็ตามในกรณีของบ้านที่เพิ่งแต่งงานใหม่ไม่ว่าคุณจะมีลูกหรือย้ายสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนแปลงไปคู่บ่าวสาวที่สร้างห้องนั่งเล่นสไตล์คาเฟ่สุดหรูโดยไม่คาดคิด จากการมีทารกและถอดเฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นสไตล์คาเฟ่ออกเช่นเดียวกับบ้านหลังแรก...