หน้าเด็กลง

อยากดูเด็กต้องอ่าน…..7 นิสัยต้านแก่ที่ทำตามได้ไม่ยาก

0
เห็นด้วยไหมคะว่า คงจะดีไม่น้อยหากเรามีใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัยแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม แม้ว่าวงการศัลยกรรมความงามในปัจจุบันพัฒนาไปไกลจนทำให้หลายคนมีทางเลือกสำหรับช่วยโกงอายุให้ตัวเองดูเด็กลงไปหลายปี แต่ความจริงแล้วมีหลายวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายของคุณเสื่อมสภาพช้าลง และอาจทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าคนวัยเดียวกัน หากคุณสามารถทำตามสิ่งที่เรากำลังจะกล่าวหลังจากนี้ รับรองได้เลยว่าคุณจะดูเด็กกว่าวัย และอาจรอดพ้นจากโรคร้ายที่มักเกิดขึ้นตอนอายุมาก 1.นอนให้เป็นเวลา การนอนไม่เพียงพอสามารถทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุล หรือแม้แต่ส่งผลกระทบต่อระดับของความชื้น และระดับ pH ของผิว นอกจากนี้การนอนน้อยไม่เพียงแต่ทำให้ผิวของคุณแก่เร็วขึ้นเท่านั้น หากคุณยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และปล่อยให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ก็ยังสามารถทำให้เกิดโรคต่าง ๆ อีกด้วย 2.ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณปานกลาง การดื่มแอลกอฮอล์ระดับปานกลางสัมพันธ์กับแนวโน้มที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ลดลง ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย รวมถึงลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ แม้ว่าแอลกอฮอล์มีประโยชน์เมื่อดื่มด้วยปริมาณที่เหมาะสม แต่หากดื่มมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพแทน 3.สลัดความเครียดและความเศร้าทิ้งไป ความเครียดทางอารมณ์ (Emotional Distress) เป็นตัวเร่งให้เซลล์แก่เร็วขึ้น โดยทำให้ส่วนของ  DNA...
w644-2

เรื่องกลิ่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น….7 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัว

0
ปัญหากลิ่นตัวนับว่าเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปทั้งในผู้ชายและผู้หญิง นอกจากจะไม่ดีต่อภาพลักษณ์แล้ว ก็ยังส่งผลกระทบต่อคนอื่นอีกด้วย ซึ่งคงเป็นเรื่องที่น่าอายไม่น้อยหากกลิ่นตัวของคุณโชยไปเตะจมูกของคนรอบข้าง นอกจากนี้การมีกลิ่นตัวยังส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความพึงพอใจในตัวเอง และความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม โชคดีที่มีหลายวิธีที่สามารถป้องกันการเกิดกลิ่นตัวได้ค่ะ เริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่ามีวิธีใดบ้าง ลองมาดูพร้อมกันเลยดีกว่า 1.อาบน้ำ ผิวของเราสะสมแบคทีเรียและสิ่งสกปรกในระหว่างวัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น การอาบน้ำทุกวันจะช่วยกำจัดเหงื่อ สิ่งสกปรก และแบคทีเรียบนผิวได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติแล้วเหงื่อของเราไม่มีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวผสมกับเหงื่อ มันก็จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ในที่สุด วิธีแก้ปัญหาคือ ให้คุณทำความสะอาดผิวบริเวณที่มีเหงื่อออกมากเป็นพิเศษให้ทั่ว และเช็ดผิวให้แห้งเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวชื้น 2.โกนขนรักแร้ การโกนขนใต้วงแขนไม่ได้ทำให้เหงื่อออกน้อยลง แต่อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นใต้วงแขน ด้วยความที่เส้นขนมีรูพรุน ทำให้มันดูดซับกลิ่นที่เกิดจากเหงื่อ นอกจากนี้การมีเส้นขนมากเกินไปจะทำให้ใต้วงแขนอับชื้น ซึ่งอาจทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และอาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ในที่สุด อีกทั้งยังทำให้เหงื่อระเหยได้ช้าลง หากใต้วงแขนเรียบเนียนไร้ขน ก็จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีแบคทีเรียลดลง ซึ่งจะทำให้กลิ่นตัวลดลงตามไปด้วย ในกรณีที่คุณเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ ก็ควรล้างรักแร้และร่างกายส่วนอื่น ๆ ให้สะอาดหมดจด และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพื่อไม่ให้แบคทีเรียเกิดการหมักหมม 3.ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยระงับเหงื่อและระงับกลิ่นกาย ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยระงับเหงื่อมีสรรพคุณช่วยไม่ให้เหงื่อออก...
white-teeth

10 วิธีรักษาสุขภาพปากและฟัน….ที่คุณสามารถทำได้แบบไม่ยาก

0
สุขภาพปากและฟันที่ดีจะทำให้ทุกครั้งที่ยิ้มเห็นฟันเรียงสวยขาวสะอาด เหงือกสีชมพูอ่อนน่ามองที่สุด ไม่ว่าคุณจะพูดเอ่ยอะไรก็มีความสดใส ไม่มีกลิ่นปาก ใคร ๆ ที่อยู่ใกล้คุณก็จะหลงเสน่ห์นี้แน่นอน แต่ถ้าตรงกันข้ามหากสุขภาพปากและฟันของคุณย่ำแย่ พูดแต่ละครั้งปากเหม็น เห็นฟันสีขาวอมเหลืองแบบนี้ก็คงอยากจะเบือนหน้าหนี จะดีกว่าไหมหากคุณจะดูแลช่องปากของคุณตั้งแต่วันนี้เพื่อไม่ให้สายเกินแก้ วิธีดูแลสุขภาพปากและฟัน 1. ควรแปรงฟันเป็นประจำอย่างน้อยเช้าและเย็นด้วยแปรงสีฟันให้เข้าถึงฟันทุกซี่ทั้งล่างและบนอย่างน้อยครั้งละ 2 นาที อย่าลืมแปรงลิ้นด้วยเพื่อจะได้ยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่มาจากคราบของจุลินทรีย์จนเป็นสาเหตุของโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ 2. ควรใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไลน์ที่สามารถช่วยขจัดคราบพลัคและป้องกันฟันผุ จะให้ดีควรช่วยป้องกันเรื่องของการเกิดเลือดออกขณะแปรงฟันด้วย 3. ควรเลือกแปรงสีฟันที่อ่อนนุ่มไม่แข็งจนเกินไปเพราะจะทำให้เหงือกร่นได้ 4. ควรใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วยเพื่อทำให้มั่นใจในความสะอาดมากขึ้นและไหมขัดฟันนี้จะช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกของฟันได้ดียิ่งขึ้น 5. ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนและขัดฟันทุก 6 เดือน เนื่องจากการแปรงฟันอาจสามารถขจัดได้เพียงบางส่วนแต่คราบที่ฝังแน่นมันจะกลายเป็นหินปูนแข็ง จึงต้องให้คุณหมอช่วยขูดเอาหินปูนออกจะให้ดีให้คุณหมอขัดฟันด้วย 6. สำหรับใครที่ใส่เหล็กดัดฟันหรือใส่ฟันปลอมควรตรวจสอบความสะอาดของฟันเป็นประจำ เพราะตามซอกเล็ก ๆ อาจจะมีเศษอาหารหลงเหลืออยู่ได้  7. ควรกินอาหารเนื้อหยาบอย่าง ฝรั่ง มันแกว ก้านผัก บ้าง เพื่อที่จะช่วยทำความสะอาดฟันอีกทางหนึ่ง 8. ในการเคี้ยวอาหารควรใช้ฟันทุกซี่เคี้ยวอาหาร ไม่ควรเคี้ยวข้างเดียวเพื่อจะได้บริหารเหงือกและฟันให้แข็งแรง 9....
kate-fit-rare-gel-pencil-finish-look-2-2

8 วิธีดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ

0
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ดวงตาเป็นหนึ่งในอวัยวะที่เราใช้งานมากที่สุด และมักเป็นอวัยวะที่หลายคนละเลยในการดูแล หากดวงตาทำงานผิดปกติหรือใช้การไม่ได้ แน่นอนว่าก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตไม่มากก็น้อย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรหมั่นดูแลดวงตาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม มีหลายวิธีที่สามารถช่วยรักษาดวงตาของคุณให้มีสุขภาพดี และป้องกันปัญหาหรือโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับดวงตา ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง 1.หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ในแต่ละวันเราต่างก็ใช้มือเพื่อจับสิ่งต่าง ๆ ซึ่งบรรดาสิ่งสกปรก ฝุ่น และแบคทีเรียจำนวนมาก ก็จะติดอยู่ที่มือของเราโดยไม่รู้ตัว การใช้มือจับหรือขยี้ตาจะทำให้สิ่งเหล่านี้เข้าตาได้อย่างง่ายดาย หากรู้ตัวว่าชอบขยี้ตาจนติดเป็นนิสัย ก็ให้พยายามหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการระคายเคือง และล้างมือเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเข้าตา 2.ปกป้องดวงตาจากแสงอาทิตย์ หากดวงตาโดนแสงแดงและรังสียูวี ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคจุดภาพชัดเสื่อมในผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น (Age-related Macular Degeneration) และอาจทำให้กระจกตาอักเสบ ดังนั้นอย่าลืมสวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสียูวีและสวมหมวกเมื่อต้องออกไปเดินท่ามกลางแสงแดดจัด 3.ดื่มน้ำ การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ เพราะน้ำมีส่วนช่วยในการทำงานของกระบวนการและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่ดวงตา หากร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ตาแห้งและระคายเคือง ดังนั้นอย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำเป็นอันขาด 4.ไม่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่มีโทษนับไม่ถ้วน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การเสี่ยงที่จะเป็นโรคจุดภาพชัดเสื่อมในผู้สูงอายุ...
%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%89

ชวนอ่าน 9 สาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา

0
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในแต่ละวันเราต่างก็เผชิญกับเรื่องชวนเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน หรือครอบครัว ก็ล้วนแต่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าทางกายและใจได้ทั้งนั้น แม้ว่าความรู้สึกหมดแรงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากคุณรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา ไม่แน่ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างให้คุณรู้ เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกอ่อนล้าตลอดเวลา 1.ทานอาหารไม่ครบมื้อ การอดอาหารหรือการทานอาหารไม่ครบมื้ออาจทำให้คุณได้รับแคลอรีเพื่อใช้เป็นพลังงานไม่เพียงพอ นอกจากนี้การเว้นช่วงระหว่างมื้ออาหารนานเกินไปสามารถทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง ทำให้คุณไม่มีเรี่ยวแรงได้นั่นเอง ดังนั้นพยายามทานอาหารให้ครบทุกมื้อ หากเริ่มรู้สึกเหนื่อยระหว่างวัน ก็อาจทานของว่างที่ดีต่อสุขภาพ เช่น กล้วย เนยถั่ว แครกเกอร์ธัญพืชเต็มเมล็ด โปรตีนบาร์ ผลไม้แห้ง และถั่ว 2.ภาวะขาดวิตามิน การรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาสามารถเป็นสัญญาณของภาวะขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินดี วิตามินบี12 เหล็ก แมคนีเซียม หรือโพแทสเซียม ซึ่งการตรวจเลือดเป็นประจำสามารถช่วยหาได้ว่าร่างกายขาดสารอาหารชนิดใดค่ะ แพทย์อาจแนะนำให้คุณทานอาหารเสริม หรือทานอาหารบางชนิดเพิ่มขึ้น เช่น เนื้อวัว หอยกาบ และตับ อาจช่วยแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนวิตามิน...
2bbf3bbf48a74da2a4393c321a4d1fe6

7 สิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวเมื่อคุณนอนหลับ

0
เมื่อพูดถึงเรื่องการนอน เรามักจะได้ยินเสมอว่าการนอนไม่เพียงพอสามารถส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังทำให้รู้สึกไม่สดชื่น หรืองัวเงียจนต้องพึ่งกาแฟในเช้าวันถัดไป นอกจากนี้คุณทราบหรือไม่ว่า การนอนกับผิวยังสัมพันธ์กันด้วยค่ะ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมผิวถึงดูอิ่มเอิบและสดใสกว่าปกติหลังจากที่ได้นอนเต็มอิ่มหรือนอนหลับสนิทตลอดคืน วันนี้เราจะพาคุณไปค้นหาคำตอบนี้พร้อมกัน และมาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับผิวขณะที่คุณนอนหลับบ้าง 1.มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เราต่างก็ทราบกันดีว่า การนอนส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง แต่บางคนอาจยังไม่รู้ว่าเซลล์ผิวมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างที่เรานอนด้วยค่ะ ทั้งนี้มีหลายงานวิจัยพบว่า ไม่ว่าคุณจะนอนหลับหรือไม่ก็ตาม ในช่วงประมาณ 23.00-24.00 น. ร่างกายจะสร้างเซลล์ผิวใหม่ และซ่อมแซมผิวที่เสียหาย ซึ่งช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงพีคเลยก็ว่าได้ และเป็นเวลาที่เซลล์ผิวจำเป็นต้องได้รับสารอาหารมากที่สุด และจะได้รับประโยชน์จากสารต้านชราจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ 2.ผิวเสียความชุ่มชื้น ผิวจะหลั่งซีบัมออกมามากที่สุดตอนเที่ยงวัน แต่เมื่อถึงช่วงเวลากลางคืน ก็จะไม่มีชั้นของน้ำมันตามธรรมชาติที่ผิว จึงทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น ทั้งนี้เราจะเรียกภาวะสูญเสียน้ำที่ผิวว่า Transepidermal Water Loss โดยเกิดขึ้นตอนสิ้นวันและกลางคืน ดังนั้นคุณควรเติมน้ำให้ผิวโดยใช้มอยส์เจอไรเซอร์ 3.อุณหภูมิของผิวเปลี่ยนไป เมื่อคุณนอน ผิวจะร้อนและมีความเป็นกรดมากขึ้นเล็กน้อย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผิวแห้งขึ้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแพทย์ผิวหนังมักแนะนำให้ใช้ครีมที่มีเนื้อหนักตอนกลางคืน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของผิวด้วย หากคุณมีผิวมัน...
blood-pressure-home-monitor

7 วิธีเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อสู้ภาวะความดันโลหิตสูง

0
ภาวะความดันโลหิตสูง หรือที่เรียกว่า Hypertension ถือเป็นอีกภาวะหนึ่งที่ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนเริ่มแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็สามารถทำให้เกิดโรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ ตามมา จึงทำให้ภาวะนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น    “The Silent Killer” นั่นเอง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราสามารถรักษาภาวะความดันโลหิตสูงได้ด้วยการทานยา แต่การหมั่นไปตรวจร่างกาย และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ก็ยังคงเป็นเรื่องที่จำเป็น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้ หรืออยากป้องกันตัวเอง เราลองมาดูวิธีควบคุมความดันโลหิตพร้อมกันเลยดีกว่า 1.ออกกำลังกาย หากคุณมีภาวะความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายสามารถช่วยคุณได้ในระดับหนึ่งค่ะ...
canva-null-3

ทำไมริมฝีปากแห้งทั้ง ๆ ที่อากาศก็ไม่ได้หนาว? ที่นี่มีคำตอบ

0
โดยทั่วไปปัญหาริมฝีปากแห้งแตกมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว หรือเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศหนาวหรือแห้ง แต่ความจริงแล้วมีหลายสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากของเราแห้งค่ะ ในบางครั้งร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนบางอย่างเพื่อต้องการบอกให้คุณทราบเป็นนัย ๆ ว่าสุขภาพของคุณกำลังมีปัญหา ซึ่งบางคนอาจไม่ทันสังเกตหรือระวังตัว ทำให้ปัญหาลุกลามได้ในที่สุด ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีสาเหตุใดอีกบ้างที่ทำให้ริมฝีปากของคุณแห้งแตก 1.ติดเชื้อยีสต์ การที่ริมฝีปากของคุณแห้งแตกนั้นอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อยีสต์ โดยเฉพาะหากรอยแตกเกิดขึ้นที่มุมของริมฝีปาก ความจริงแล้วเราทุกคนต่างก็มียีสต์ที่ผิว แต่หากมียีสต์มากเกินไป ก็สามารถทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ยีสต์สามารถเติบโตภายในน้ำลายที่อุ่นและชื้น ซึ่งวิธีการรักษาริมฝีปากแห้งที่เกิดจากยีสต์ที่ดีที่สุดคือ การดื่มน้ำ และการควบคุมตัวเองไม่ให้เลียริมฝีปาก 2.อาการแพ้ หากคุณสังเกตว่าริมฝีปากของตัวเองทั้งแห้งและดูบวมเหมือนกับเพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ก็อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังแพ้บางสิ่งค่ะ ตัวอย่างเช่น การแพ้ผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปากที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์ ขี้ผึ้ง หรือน้ำมันละหุ่ง หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารบางชนิด เป็นต้น อย่างไรก็ดี ให้คุณจดชื่ออาหารที่กำลังทานหรือผลิตภัณฑ์ที่คุณกำลังใช้ และลองพิจารณาว่าเกิดจากอะไร จากนั้นให้ลองปรับเปลี่ยนจนกว่าจะเจอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคุณ 3.ร่างกายขาดน้ำ หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนให้คุณทราบ เช่น การมีริมฝีปากแห้ง ภายในช่องปากแห้ง ผิวแห้ง หรือแม้แต่ตาแห้ง ซึ่งคุณสามารถป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำโดยดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-12 แก้วต่อวัน หากคุณเป็นโรคเบาหวานหรือเป็นนักกีฬา ก็อาจต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติ 4.ได้รับวิตามินไม่เพียงพอ วิตามินบีมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของร่างกาย โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงาน การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และการรักษาผิวให้มีสุขภาพดี หากได้รับวิตามินบีไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาผิวต่าง...
dtbezn3nnuxytg04osx5vhmkagk1d0svuymauvctl8euvr

กลิ่นปาก ปัญหาส่วนตัวที่บั่นทอนมิตรภาพคนรอบข้าง รู้สาเหตุแล้วรีบแก้ปัญหาด่วน!!

0
ปัญหากลิ่นปากเป็นปัญหาส่วนตัวที่มีผลต่อคนรอบข้างอย่างมากมาย ยิ่งปากเหม็นมากเท่าไหร่เพื่อนและคนรอบข้างก็อยากจะเบือนหน้าหนีมากเท่านั้น ที่สำคัญพวกเขาอาจไม่กล้าบอกคุณแต่จะค่อย ๆ ถอยห่างหายจากชีวิตคุณไปทีละคนดังนั้นควรสังเกตตัวเองและแก้ปัญหากลิ่นปากให้ได้ก่อนที่จะสายเกินแก้ ปัญหากลิ่นปากเกิดจากอะไร กลิ่นปากเกิดจากแบคทีเรียที่ทำการย่อยเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของปากทำให้เกิดการเน่าเสียของอาหาร และเกิดกลิ่นเหม็นขึ้น ดังนั้นส่วนใดของปากคุณที่มีเศษอาหารหลงเหลืออยู่ แบคทีเรียก็ทำให้อาหารบูดเน่าและส่งกลิ่นตามมา สำหรับบริเวณที่อาหารหมักไปหมักก็คือ บริเวณใต้ลิ้น บริเวณร่องเหงือก ใต้ขอบเหงือก บริเวณที่อุดฟัน ครอบฟัน มีฟันผุ หรือคนที่ใส่ฟันปลอม เป็นต้น นอกจากนี้กลิ่นปากอาจเกิดจากปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือการเป็นโรคไซนัส ก็ได้เช่นกัน  วิธีทดสอบว่ามีกลิ่นปากหรือไม่ 1.หายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วใช้มือป้องปากและจมูกเอาไว้ จากนั้นพ่นลมหายใจออกมาจากปากแล้วสูดลมหายใจเข้าทางจมูกจะรู้ได้ทันทีว่าปากคุณเหม็นหรือไม่ 2.ลองเลียมือแล้วเอามาดมหรือจะใช้นิ้วถูกที่เหงือกแล้วนำมาดมเพื่อทดสอบก็ได้เช่นกัน 3.ลองบ้วนน้ำลายออกมาแล้วเอามาดม ปกติน้ำลายคนเราจะไม่มีกลิ่น ถ้าน้ำลายมีกลิ่นแสดงว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือน้ำลายนั้นผ่านนิ่วที่ต่อมทอนซิลทำให้เกิดกลิ่นปากออกมาได้ 4.ขอร้องให้คนใกล้ชิดช่วยบอกความจริง หากเขาหวังดีกับคุณก็อาจจะบอกความจริงให้รู้ เราจะแก้ปัญหากลิ่นปากได้อย่างไร? 1.รักษาสุขภาพปากและฟันด้วยการแปรงฟันที่ยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์เช้าและเย็น หากเป็นไปได้อาจจะเพิ่มช่วงกลางวันเพื่อสุขอนามัยช่องปากที่ดี 2.หลังแปรงฟันเสร็จควรใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดเศษอาหารที่ยังติดอยู่ตามซอกฟันออกไป 3.ควรทำความสะอาดลิ้นทุกวัน เพราะลิ้นจะเป็นตัวกักเก็บเศษอาหารอย่างดีจึงทำให้มีแบคทีเรียมาอาศัยอยู่และส่งผลให้มีกลิ่นปาก จึงควรใช้แปรงสีฟันแปรงลิ้นด้วย 4.ควรขูดหินปูนเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือนหรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพราะว่าหินปูนเป็นสาเหตุหลักในการเกิดกลิ่นปาก 5.หากมีแผลในช่องปากควรรักษาแผลในช่องปากให้หายด้วยการทายาป้ายปาก แล้วอมด้วยน้ำเกลืออุ่นช่วยอีกทาง 6.พยายามหลีกเลี่ยงกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก 7.เลิกสูบบุหรี่เพราะบุหรี่มาทำให้เกิดกลิ่นปากได้ 8.ควรดื่มน้ำเยอะ...
1_z_i9tt3hph5zm1mfh5mlfw

ป้องกันขนคุดด้วย 7 วิธีที่คุณอาจยังไม่รู้

0
ขนคุดเป็นปัญหาผิวที่พบได้ทั่วไปทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่คนที่ผมหยิกและขนดกจะมีโอกาสเป็นขนคุดมากกว่าคนทั่วไป   ทั้งนี้ขนคุดเกิดจากการที่ขนงอกย้อนกลับเข้าไปในผิว งอกไปทางด้านข้างภายในผิว หรือขดอยู่ใต้ผิว เมื่อเกิดขนคุด คุณก็จะสังเกตเห็นตุ่มสีแดงนูนโผล่ขึ้นมา ซึ่งบางครั้งสามารถทำให้รู้สึกคันและอาจมีหนองอยู่ภายใน คุณสามารถพบขนคุดได้ทุกส่วนของร่างกายที่คุณถอน โกน หรือแว็กซ์ขน อย่างไรก็ตาม มีหลายวิธีที่ช่วยป้องกันการเกิดขนคุดค่ะ ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง 1.โกนขนให้ถูกทิศทาง ก่อนที่คุณจะโกนขน ให้คุณเตรียมผิวให้เปียกด้วยน้ำอุ่น ทาสารหล่อลื่น และใช้มีดโกนที่ใหม่และเป็นแบบเดี่ยวโกนขนไปในทางเดียวกับแนวขน อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้วิธีแว็กซ์ขน ก็ไม่ควรทำมากกว่า 1 ครั้ง ต่อ 3 สัปดาห์ เนื่องจากการแว็กซ์ขนอาจทำให้ขนขาด การใช้ครีมสลายขนจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 2.ขัดผิวเป็นประจำ เมื่อเกิดการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ก็จะทำให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งจะไปป้องกันไม่ให้ต่อมรากผม (Hair follicle) งอกขึ้นมาจากผิว ดังนั้นคุณควรขัดผิวเป็นประจำและรักษาผิวให้ชุ่มชื้นเพื่อป้องกันขนคุด คุณสามารถใช้น้ำมันมะกอกและน้ำตาลเพื่อขัดผิว...
- Advertisement -

Latest article

ต้นโกสน หนึ่งในไม้มงคลที่ควรปลูกที่บ้าน

0
   วันนี้ ความรู้รอบตัว.com จะมาทำความรู้จักหนึ่งในต้นไม้มงคลอย่าง ต้นโกสน ต้นไม้ที่มีใบสีสันสวยงาม เพราะอะไรถึงเป็นต้นไม้มงคล แล้วทำไมถึงควรที่จะต้องปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ที่บ้าน ต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้มีดีแค่เพียงเป็นไม้สวยงามที่มีชื่อมงคลเพียงเท่านั้น แต่ยังไม้สวยงามที่มีประโยชน์รอบด้านเลย ต้นโมกสน มีที่มายังไง มาจากไหน ต้นโกสน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Croton (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Codiaeum Variegatum) มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก  ต้นโกสนจุดเริ่มต้นของความเชื่ออันแรงกล้า โดยผู้ที่นำเอาต้นโกสนมาปลูกในไทยเป็นคนแรกคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)...

รวบรวมอินทีเรียสำหรับสไตล์ห้องนอน มินิมอล

ห้องนอน มินิมอล ที่เงียบสงบมีแค่แสงและเตียงเท่านั้น นี่คือห้องนอนของเรา ไม่มีเฟอร์นิเจอร์พิเศษยกเว้นเตียงและลิ้นชัก หน้าต่างในห้องนั่งเล่นแรกที่ฉันพูดถึงก่อนหน้านี้อยู่ที่นี่มีหน้าต่างบานใหญ่ที่ด้านหนึ่งของกำแพงดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับการให้แสงสว่าง ฉันวางโต๊ะเล็ก ๆ ไว้ข้างเตียง ฉันใส่โคมไฟสีทองสเตนเลสไว้มันทำให้ดูเป็นจุดสนใจภายในห้อง ฉันแขวนลิ้นชักและกรอบไว้ปลายเตียงลิ้นชักของ IKEA แต่ฉันทาสีมันใหม่ และเปลี่ยนที่จับดังนั้นมันจึงให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ด้วยสีที่มันกลายเป็นมินิมอลมากขึ้นทำให้มีเวลานอนที่มากขึ้นนี่คือพื้นที่โปรดของฉันในห้องนอน ก่อนที่ครอบครัวเราจะนอนก็จะพูดคุยและนอนเรียงๆกันไปทั้ง 4ชีวิต และหลับไปคือมันดีมาก วิวกลางคืนของเมืองที่มองเห็นจากห้องนอนช่วยลดความเหนื่อยล้าของวันได้หมดเลย :) ห้องนอนมินิมอล แบบมีหน้าต่าง ฉันได้ย้ายห้องนอนมาที่ห้องที่มันเห็นวิวทะเล ส่วนอินทีเรียนั้นได้แก้ด้วยตัวเองทำเองทำให้จำกัดงบได้ แต่ก็มีบ้างที่ไม่ใช่เซียนทางด้านนี้เลยทำให้เกิดความผิดพลาดบ้างแต่ก็สนุกดีที่ได้เห็นห้องของตัวเองออกมาสำเร็จ ห้องนอน มินิมอล แนวที่พักที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดของรีสอร์ทสักที่ในโมร็อกโก เมื่อฉันย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ฉันก็ประทับใจกับการตกแต่งภายในแบบโมร็อกโกที่แปลกใหม่ฉันนึกภาพรีสอร์ทและคิดถึงห้องนอนที่ฉันสามารถผ่อนคลายได้ ทุกวันหลังจากเสร็จสิ้นการงานที่ทำทั้งหมด แล้วเข้ามาในห้องเปิดโคมไฟ...

10 สิ่งที่ต้องจำไว้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านครั้งแรกของคุณ

หากไม่มีหลักการตกแต่งภายในบ้านคุณจะรู้สึกสับสนต่อหน้าเฟอร์นิเจอร์มากมาย ยิ่งกว่านั้นเมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นครั้งแรกทุกคนรู้สึกยากในช่วงเวลาที่เลือก ใครก็ตามที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่รัดกุมควรมีการตกแต่งภายในที่เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้สูงสุดและผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งจะสามารถใช้แสงหรืออุปกรณ์เสริมที่เผยให้เห็นบุคลิกของพวกเขาหากคุณมีไลฟ์สไตล์ที่มีแขกจำนวนมากไม่ว่าบ้านจะมีขนาดใดคุณจะต้องมีโต๊ะและเก้าอี้มากกว่า 6 คนและหากคุณเลี้ยงสัตว์เลี้ยงคุณควรเลือกวัสดุและการออกแบบที่คำนึงถึงคนและสัตว์ หลังจากพิจารณาถึงรูปแบบชีวิตของฉันแล้วฉันต้องไปซื้อของก่อนที่พื้นที่จะเสร็จสมบูรณ์ดังนั้นฉันจึงพอใจมากมีหลักการช้อปปิ้งภายในที่ดีที่ต้องจำไว้ล่วงหน้าเพื่อเลือกสิ่งที่ถูกต้อง 10 หลักการช้อปปิ้งที่ต้องจดจำ เรานำเสนอเคล็ดลับในการตกแต่งภายในบ้านด้วยตัวเอง 1. เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้ตลอดชีวิต เฟอร์นิเจอร์ไม่สามารถใช้งานได้ตลอดไปมันไม่ได้เปลี่ยนไปบ่อยเท่าแฟชั่นแต่เฟอร์นิเจอร์ก็มีเทรนและถ้าคุณย้ายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่หรือถ้าสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนไปก็ต้องเปลี่ยนแน่นอน แน่นอนว่าความทนทานของเฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งสำคัญแต่คำแนะนำของผู้ใหญ่ในการเลือกสิ่งที่คุณสามารถใช้ได้ตลอดไปนั้นยังห่างไกลจากวิถีชีวิตในทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณจะใช้งานไปนานแค่ไหนอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่ประมาณ 10 ปีมันไม่สายเกินไปที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงที่จะใช้สำหรับอายุการใช้งานหรือจะถูกส่งต่อไปหลังจากที่ค่อยๆสร้างสไตล์ของคุณเอง 2. แสดงรสนิยมของคุณผ่านงบที่จำกัด เมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นครั้งแรกผู้คนมักไม่รู้ว่าพวกเขากำลังมองหาอะไรด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมล่วงหน้าแม้ว่าอาจมีความแตกต่างของแต่ละบุคคลใน 'งบประมาณที่เหมาะสม' ฉันขอแนะนำให้คุณเลือกหนึ่งอย่างที่ถูกที่สุดเป็นครั้งแรกที่คุณซื้อมัน นี่เป็นเพราะพวกเขาส่วนใหญ่มักจะค่อยๆพัฒนารสนิยมของตัวเองเมื่อพวกเขาเดินหน้าและดูแลเกี่ยวกับการตกแต่งภายในหากคุณต้องการรู้รสนิยมของคุณคุณสามารถเปิดตู้เสื้อผ้าและตรวจสอบสไตล์แฟชั่นของคุณ เมื่อมองไปที่เสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริมที่คุณมีคุณสามารถรู้สีกที่คุณชื่นชอบวัสดุบรรยากาศและอื่น ๆ เป็นความคิดที่ดีที่จะซื้อนิตยสารมีชีวิตสักสองสามฉบับแล้วดูพวกเขาราวกับว่าคุณกำลังศึกษาอยู่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีหลายแพลตฟอร์มที่ให้รูปถ่ายภายในดังนั้นจึงมีเนื้อหามากมายให้ใช้ หลังจากหาสไตล์ที่เหมาะกับรสนิยมของคุณ คุณจะต้องหยิบมันขึ้นมาและตกแต่งภายในให้เสร็จสิ้นดังนั้นจึงไม่เสียใจหลังจากช้อปปิ้ง 3.การตกแต่งภายในบ้านต้องเป็นไปตามการวางแผนชีวิต ในช่วงเวลาของการตกแต่งภายในครั้งแรกทุกคนคิดเกี่ยวกับพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์จากรสนิยมของตนเองอย่างไรก็ตามในกรณีของบ้านที่เพิ่งแต่งงานใหม่ไม่ว่าคุณจะมีลูกหรือย้ายสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนแปลงไปคู่บ่าวสาวที่สร้างห้องนั่งเล่นสไตล์คาเฟ่สุดหรูโดยไม่คาดคิด จากการมีทารกและถอดเฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นสไตล์คาเฟ่ออกเช่นเดียวกับบ้านหลังแรก...