การ ออกกำลังกาย กับเรื่องราวมากมาย ที่คุณไม่เคยรู้

ออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บเหมือนคำที่บอกว่า “การไม่โรคเป็นลาภอันประเสริฐ” หลายคนชื่นชอบที่จะออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เทรนการออกกำลังกายกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากนั้นแล้วหลายคนเลือกที่จะออกกำลังกายเพราะมีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการน้ำหนัก หรือทำให้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะหยิบจับเสื้อผ้าตัวไหนมาสวมใส่ก็ไม่ต้องกังวลว่าไขมันส่วนเกินจะโผล่ออกมาทำให้ขายหน้า

ออกกำลังกาย 30 นาที

จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีธุรกิจฟิตเนสเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน หากพูดถึงเรื่องของการ ออกกำลังกาย แล้วทุกคนเคยสงสัยไหมว่าการออกกำลังกายมีวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันอย่างไร ใครเป็นผู้ค้นพบ ถ้าอยากรู้วันนี้เราจะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน 

ประวัติความเป็นมาของการออกกำลังกาย

เริ่มแรกเดิมที สันนิษฐานว่าการออกกำลังกายถูกบันทึกไว้ในคำภีร์ของตำราศิลปะการต่อสู้จีน โดยศิลปะการป้องกันตัวนี้มีชื่อว่า “กังฟู” โดยกังฟูเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานย้อนกลับไปตั้งแต่ 3,000 ปีที่แล้ว วัตถุประสงค์ก็เพื่อฝึกทักษะการต่อสู้ ฝึกฝนสมาธิ และฝึกการกำหนดลมหายใจ รวมไปถึงแก้อาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ออกกำลังกายลดหน้าท้อง

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 460 ปีก่อนคริสตศักราช ชาวกรีกผู้ค้นพบความสำคัญของการออกกำลังกาย เขาคนนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งวงการทางการแพทย์ โดยชื่อของเขาคือ นายแพทย์ “ฮิปโปเครติส”  ผู้ให้กำเนิดวิชาแพทย์คนแรกของโลก ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อสร้างความแข็งแรงและฟื้นฟูสมรรถภาพภายในร่างกายของมนุษย์ นอกจากนี้เขายังได้ค้นพบอีกว่า เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายของมนุษย์อยู่นิ่งเฉยไม่เคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอ่อนแรงและไขข้อกระดูกเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่เคลื่อนไหวร่างกายอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ 

ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 130 แพทย์ชาวกรีกอีกคนได้เข้ามาช่วยยืนยันว่าการออกกำลังกายนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เขาคนนี้มีชื่อว่า “กาเลน”  โดยกาเลนเคยได้ให้วลีเด็ดเอาไว้ มันกลายเป็นคำพูดที่ทำให้ทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องของสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเขาได้กล่าวเอาไว้ว่า “การออกกำลังกายที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การฝึกฝนร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการกระทำที่สนุกและให้ความสบายใจด้วย”

เท่านั้นยังไม่พอ ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1723 “นิโคลัส อังเดรย์” แพทย์ชาวฝรั่งเศส ผู้ก่อตั้งสถานกายบริหารส่วนบุคคลขึ้นเป็นแห่งแรกของทวีปยุโรป ณ ประเทศเดนมาร์ก และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีในทุกภาคส่วน ผู้คนจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงความสำคัญเรื่องสุขภาพ  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวิวัฒนาการของการ ออกกำลังกาย ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น จนถึงปัจจุบัน

ทำไมเราต้องออกกำลังกาย และการออกกำลังกายมีประโยชน์อย่างไร

ท่าออกกำลังกาย

เราออกกำลังกายไปเพื่ออะไร ทำไมต้องเอาร่างกายไปทรมาน ทั้งๆ ที่ควรจะหาความสุขใส่ตัวเองไม่ใช่หรือ แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าคุณไม่ออกกำลังกาย คุณจะมีความสุขได้แค่ในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น เมื่อโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียนชีวิต จะทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ แต่หลายคนก็พอจะทราบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายมหาศาล ถ้าจะให้สาธยายวันนี้เห็นทีก็คงจะไม่หมดแน่นอน แต่เราจะขอพูดถึงเฉพาะประโยชน์หลักๆ ของการออกกำลังกาย ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้

– ออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์และแข็งแรง

– ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรค

– ออกกำลังกายเพื่อรักษาโรคภัยใช้เจ็บ

การออกกำลังกายนั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

1.แอนาแอโรบิค Anaerobic

คือ การออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนในการเผาผลาญ แต่จะเป็นการเผาผลาญพลังงานที่ถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกายแทน ซึ่งพลังงานเหล่านี้จะถูกเก็บสะสมไว้ที่กล้ามเนื้อและตับ การออกกำลังกายประเภทนี้ ยกตัวอย่างเช่น การเล่นเวท หรือการยกน้ำหนัก เป็นต้น

2.แอโรบิค Aerobic, คาร์ดิโอ Cardio

คือ การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนในการช่วยเผาผลาญไขมัน และเปลี่ยนจากไขมันให้เป็นพลังงาน แต่การออกกำลังกายประเภทนี้ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่ควรหักโหมมากจนเกินไป เพราะต้องออกอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 25 นาที การออกกำลังกายประเภทนี้ ยกตัวอย่าง เช่น การเต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน เป็นต้น

ทริคดีทีเด็ด : รู้หรือไม่ว่า การออกกำลังกายที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย คือ การออกกำลังประเภท แอโรบิค Aerobic เพราะต้องเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย ส่งผลให้เส้นเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจขยายใหญ่ขึ้นทำให้หัวใจเกิดความแข็งแรง ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจสามารถทำงานได้เร็วขึ้น และเต้นอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

เทรนการออกกำลังกายในปัจจุบัน

อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วตั้งแต่ตอนต้นว่า ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องของการออกกำลังกาย และการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น มีธุรกิจฟิตเนสเกิดขึ้นมากมายจนนับไม่ถ้วน ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนั่นเอง และเทรนของการออกกำลังกายเพื่อดูแลรักษาสุขภาพก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นทุกวัน เราสามารถสังเกตุได้จากสวนสาธารณะที่มีผู้คนมากมายออกไปวิ่ง ตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยนักปั่นจักรยาน หรือคอร์สลดน้ำหนักตามฟิตเนสที่เรามักจะพบเจอมากมายในสื่อต่างๆ เช่น ป้ายโฆษณาข้างถนน โทรทัศน์ หรือในโลกของอินเตอร์เน็ต และหลายคนที่เป็นหนุ่มสาวก็เข้าฟิตเนส เพื่อออกกำลังกายหน้าท้องให้ดูดี ออกกำลังกายลดต้นขา ออกกำลังกายลดพุง อีกทั้งหลายคนยังมีแรงกระตุ้นจากเหล่าบรรดาคนดังที่มีชื่อเสียง หลายคนมีไอดอลที่หุ่นดีทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะลดน้ำหนักตาม หรือบางคนออกกำลังกายเพียงแค่ทำตามกระแสของสังคมเท่านั้น

เทรนการออกกำลังกายในอนาคต จะเป็นอย่างไร

คุณคิดว่าเทรนการออกกำลังกายในอนาคตจะเป็นอย่างไร ผู้คนจะหันมาสนใจในการออกกำลังกายมากขึ้น หรือน้อยลง เป็นไปได้ไหมว่าผู้คนจะยังคงให้ความสนใจเรื่องของการออกกำลังกาย หรืออาจจะมากขึ้นกว่าปัจจุบันด้วยซ้ำ เพราะการออกกำลังกายไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังทำให้เราได้พบเจอเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ หรือก๊วนเพื่อนรู้ใจที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ชวนกันออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน จึงทำให้การออกกำลังกาย ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป

เต้นลดพุง ออกกำลังกาย 8 นาที

ในขณะเดียวกันก็เป็นได้ว่าเทรนการออกกำลังกายในอนาคตจะลดน้อยลง ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้หลายคนต้องทำงานแข่งกับเวลา ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ มุ่งหน้าทำแต่งานประจำ จนลืมหันมาดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง นอกจากนี้ปัจจัยที่สำคัญคือเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้สังคมกลายเป็นสังคมออนไลน์อย่างเต็มตัว ทำให้ผู้คนมีลดปฎิสัมพันธ์ระหว่างกันลง และชอบใช้เวลาว่างเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หรือเล่นเกมส์ในมือถือ รักความสบายมากกว่าที่จะออกไปทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า ทั้งหมดนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่า เทรนการออกกำลังกายในอนาคตจะลดน้อยลง รวมไปถึงเรื่องของอาหารการกิน ยิ่งสมัยนี้มียาลดน้ำหนัก หรืออาหารเสริมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยไม่จำเป็นต้องเสียเหงื่อให้เหนื่อยเปล่า ทำให้มียอดขายถล่มทลาย ก็อาจเป็นตัวชี้วัด หรือตอกย้ำว่าในอนาคตการออกกำลังกายอาจจะลดน้อยลงนั่นเอง

ทั้งหมดนี้ก็คือ เรื่องราวของการออกกำลังกายที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้จากที่ไหนมาก่อน วิวัฒนาการของการออกกำลังกายจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ประเภทและประโยชน์ของการออกกำลังกาย ตลอดจนการวิเคราะห์แนวโน้มของเทรนการออกกำลังกายในอนาคต ซึ่งเป็นเพียงแค่การคาดการณ์จากดุลพินิจของผู้เขียนเท่านั้น อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ก็ย่อมส่งผลดีต่อร่างกายแน่นอน อีกทั้งยังทำให้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน หลายคนไม่ได้ตระหนักว่าการออกกำลังกายมีความสำคัญต่อสุขภาพมากแค่ไหน จึงทำให้ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพของตนเอง สุดท้ายอยากฝากข้อคิดเอาไว้ว่า อย่าทำงานเก็บเงินทั้งชีวิต เพื่อเอาเงินมาให้หมอรักษา เพียงเพราะไม่มีเวลาดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง.

ผู้เขียน : ความรู้รอบตัว.com